Menuleft - MarinerThai.Net

หน้าแรก

เว็บบอร์ดชาวเรือ

สารบัญเว็บไซด์ชาวเรือ

เอกสารน่าอ่านไทย

เอกสารน่าอ่านอังกฤษ

สาระไอทีชาวเรือ

สมุดภาพจากสมาชิก

สมุดภาพเรือเดินทะเล

แหล่งคนหางานเรือไทย

บทความจากสมาชิก

นิทานชาวเรือ

คนเรือหัวหมอ

คู่มือปฏิบัติงานเรือ

อุปกรณ์สื่อสารของเรือ

มุมกล้องคนเรือ

Procedure Tanker

พจนานุกรมศัพท์ทางเรือ

ความหมายคำย่อทางเรือ

มารีนเนอร์ไทย Blog

ข่าวสารสำหรับคนเรือ

ข่าวอัพเดทรายวัน

ข่าวสดราคาน้ำมันโลก

รวมข่าวโจรสลัด

รวมข่าวอุบัติเหตุทางเรือ

สนับสนุนเว็บเรา

สถิติผู้เข้าชมเว็บนี้

ติดต่อเรา

MRT Topsite

เปิดเว็บ 1 ตุลาคม 2545

 


 

Mariner Education School - MES

Nathalin Group

Cho. Charoen Maritime Instruments

Chemstar Nautical School

CKN Cyber Key Network

 

 
 
 

 

 

Chemstar Nautical School

Mariner Education School Inter Maritime School

ภาค ข

ภาค ข

แนวทางสำหรับบทบัญญัติของบทที่ 11-2

ของภาคผนวกแนบท้ายอนุสัญญาระหว่างประเทศ

ว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล 1974 ตามที่แก้ไขเพิ่มเติม

และภาค ก  ของประมวลข้อบังคับนี้

(ส่วนที่ 4)

 

 

เขตหวงห้ามภายในเขตท่าเรือ

16.1              แผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือจะต้องกำหนดให้มีเขตหวงห้ามภายในเขตท่าเรือโดยจะต้องกำหนดขอบเขต  ระยะเวลาที่ใช้บังคับ  มาตรการรักษาความปลอดภัยที่ใช้ควบคุมการผ่านเข้าออก และมาตรการควบคุมซึ่งจะต้องรวมถึงมาตรการที่กำหนดให้มีการตรวจสอบการรักษาความปลอดภัยในเขตหวงห้ามชั่วคราวทั้งก่อนและหลังการกำหนดเขตหวงห้ามดังกล่าว เขตหวงห้ามมีจุดมุ่งหมายเพื่อ

.1         คุ้มครองผู้โดยสาร คนประจำเรือ เจ้าหน้าที่ของท่าเรือ และผู้มาติดต่อรวมถึงผู้มาติดต่อที่เรือ ;

.2         ปกป้องท่าเรือ

.3         ปกป้องเรือ ทั้งที่มาใช้บริการและให้บริการในเขตท่าเรือ

.4         ปกป้องสถานที่และพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวต่อการรักษาความปลอดภัย ภายในเขตท่าเรือ

.5         ปกป้องอุปกรณ์และระบบรักษาความปลอดภัยและเตือนภัย และ

.6         ป้องกันมิให้มีการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสินค้าและของใช้ประจำเรือ โดยไม่ได้รับอนุญาต

 

16.2              แผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือควรกำหนดให้เขตหวงห้ามทั้งหมดต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างชัดเจนเพื่อควบคุม

.1         การผ่านเข้าออกของบุคคลทั่วไป

.2         การผ่านเข้า การจอด การขนถ่ายสินค้าขึ้นลงของยานพาหนะ

.3         การเคลื่อนไหว และการเก็บรักษา สินค้าและของใช้ประจำเรือ และ

.4         ของใช้ส่วนตัวและสัมภาระที่บุคคลไม่ได้ถือไปกับตัว

16.3              แผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือจะต้องกำหนดให้เขตหวงห้ามทั้งหมดต้องมีเครื่องหมายแสดงไว้อย่างชัดเจน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขตดังกล่าวเป็นเขตหวงห้าม และการล่วงล้ำเข้าไปในเขตดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการละเมิดต่อการรักษาความปลอดภัย

16.4              กรณีที่มีการติดตั้งอุปกรณ์การตรวจหาการบุกรุกโดยอัตโนมัติ อุปกรณ์ดังกล่าวควรส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังศูนย์ควบคุมแห่งหนึ่ง ซึ่งสามารถตอบรับต่อสัญญาณดังกล่าวได้

16.5              เขตหวงห้ามอาจรวมถึง

.1         พื้นที่ทั้งบนฝั่งและในน้ำที่อยู่ติดกับตัวเรือ

.2         พื้นที่ขึ้น-ลงเรือ พื้นที่ซึ่งผู้โดยสารและคนประจำเรือจะต้องผ่านและอยู่ ซึ่งรวมถึงจุดตรวจค้นต่างๆ

.3         พื้นที่ซึ่งมีการขนถ่าย หรือเก็บรักษาสินค้าและของใช้ประจำเรือ

.4         สถานที่ซึ่งมีการเก็บข้อมูลที่มีความอ่อนไหวต่อการรักษาความปลอดภัยรวมถึงเอกสารเกี่ยวกับสินค้า

.5         พื้นที่เก็บสินค้าอันตรายและสารอันตราย

.6         ห้องควบคุมระบบการจัดการจราจรทางน้ำ อาคารควบคุมท่าเรือและการเดินเรือ รวมถึงห้องควบคุมการรักษาความปลอดภัยและการตรวจการณ์

.7         พื้นที่เก็บอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยและเตือนภัย

.8         การติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า วิทยุ และสื่อสารตลอดจน อุปกรณ์เกี่ยวกับน้ำและสาธารณูปโภคอื่น ๆ

.9         สถานที่อื่นๆภายในเขตท่าเรือ ซึ่งควรมีการห้ามเรือ ยานพาหนะ และบุคคลเข้า

16.6              มาตรการรักษาความปลอดภัยอาจขยายไปถึงการจำกัดการเข้าไปในสิ่งปลูกสร้างที่ท่าเรือไม่สามารถสอดส่องดูแลได้โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

การรักษาความปลอดภัยระดับที่ 1

16.7              ที่ระดับการรักษาความปลอดภัยระดับที่ 1 แผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือจะต้องกำหนดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับเขตหวงห้ามซึ่งอาจรวมถึง:

.1         ข้อกำหนดให้มีสิ่งกีดขวางทางถาวรหรือชั่วคราวโดยรอบเขตหวงห้ามโดยจะต้องมีมาตรฐานซึ่งรัฐภาคีให้การยอมรับ ;

.2         ข้อกำหนดให้จุดผ่านเข้าออกจะต้องมียามรักษาความปลอดภัยควบคุมดูแล เมื่อเปิดใช้งานและจะต้องสามารถปิดล็อค หรือกั้นเมื่อไม่ได้ใช้งาน ;

.3         การจัดให้มีบัตรผ่านเข้าออก ซึ่งจะต้องให้บุคคลที่ผ่านข้าออกเขตหวงห้าม ติดแสดงไว้ตลอดเวลาเมื่ออยู่ในเขตหวงห้ามนั้น ;

.4         การทำเครื่องหมายที่เห็นได้ชัดเจนบนยานพาหนะที่อนุญาต ให้ผ่านเข้าในเขตหวงห้าม;

.5         การจัดให้มีการเฝ้ายามและการตรวจการณ์;

.6         การจัดให้มีระบบการตรวจหาการบุกรุกโดยอัตโนมัติหรืออุปกรณ์เตือนภัยหรือระบบที่สามารถตรวจหาลักลอบเข้าในเขตหวงห้าม หรือการเคลื่อนไหวภายในเขตหวงห้าม ; และ

.7         การควบคุมการเคลื่อนไหวของเรือภายในบริเวณของเรือที่มาใช้ท่าเรือ

 

การรักษาความปลอดภัยระดับที่ 2

16.8              ที่ระดับการรักษาความปลอดภัยระดับที่ 2 แผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือจะต้องกำหนดให้มีการเพิ่มความถี่ และความเข้มงวดในการกำกับดูแล และควบคุมการเข้าออกเขตหวงห้าม แผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือจะต้องกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม ซึ่งอาจรวมถึง

.1         การเสริมสิ่งกีดขวางหรือการกั้นรั้วโดยรอบเขตหวงห้าม รวมถึงการใช้ยามตรวจการณ์ หรืออุปกรณ์ตรวจหาการบุกรุกโดยอัตโนมัติ

.2         การลดจำนวนจุดผ่านเข้าออกเขตหวงห้าม และเพิ่มการควบคุมในจุดผ่านเข้าออก ที่ยังคงเปิดใช้งาน

.3         การห้ามจอดรถใกล้กับเรือที่กำลังเทียบท่า

.4         การเพิ่มความเข้มงวดในการเข้าออกเขตหวงห้าม และการเคลื่อนไหว และการเก็บรักษาสิ่งของในเขตหวงห้าม

.5         การใช้อุปกรณ์เตือนภัยเพื่อกำกับดูแลและบันทึกเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง

.6         การเพิ่มจำนวนและความถี่ของการตรวจการณ์ รวมถึงการตรวจการณ์ทางน้ำตามแนวโดยรอบเขตหวงห้าม และในพื้นที่เขตหวงห้าม

.7         การกำหนดและควบคุมการเข้าออกพื้นที่ซึ่งอยู่ติดกับเขตหวงห้าม

.8         การห้ามเรือที่ไม่ได้รับอนุญาตไม่ให้เข้าสู่พื้นน้ำที่อยู่ติดกับเรือที่กำลังใช้ท่าเรือ

 

การรักษาความปลอดภัยระดับที่ 3

16.9              ที่ระดับการรักษาความปลอดภัยระดับที่ 3 ท่าเรือจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ที่รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือภัยคุกคามจากเหตุการณ์ดังกล่าว  แผนการรักษาความปลอดภัยควรมีรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัย ซึ่งท่าเรือสามารถนำมาใช้โดยร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับผู้ที่รับผิดชอบต่อการรักษาความปลอดภัยดังกล่าวและเรือภายในเขตท่าเรือ ซึ่งอาจรวมถึง

.1         การจัดตั้งเขตหวงห้ามเพิ่มเติมภายในท่าเรือ ในบริเวณที่มีแนวโน้มจะเกิดเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย หรือสถานที่ซึ่งเชื่อว่ามีภัยคุกคาม ซึ่งห้ามผ่านเข้า-ออก

.2         การเตรียมการตรวจค้นพื้นที่เขตหวงห้ามโดยถือเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจค้นท่าเรือทั้งหมดหรือบางส่วน

 

การขนถ่ายสินค้า

 

16.10           มาตรการรักษาความปลอดภัยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขนถ่ายสินค้าจะต้อง :

.1         ป้องกันไม่ให้มีการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

.2         ป้องกันไม่ให้มีการรับหรือเก็บรักษาสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าที่จะทำการขนส่งไว้ในเขตท่าเรือ

16.11            มาตรการรักษาความปลอดภัยจะต้องรวมถึงขั้นตอนการปฏิบัติในการควบคุมรายการสินค้าที่จุดผ่านเข้า-ออกเขตท่าเรือ  และเมื่อสินค้าเข้ามาในเขตท่าเรือแล้ว จะต้องสามารถแสดงหลักฐานว่าสินค้าดังกล่าวได้รับการตรวจสอบและยอมรับให้มีการบรรทุกลงเรือ หรือจัดเก็บเป็นการชั่วคราวในเขตหวงห้าม ขณะที่ยังไม่ถึงเวลาขนถ่ายลงเรือ ทั้งนี้ จะต้องห้ามไม่ให้นำสินค้าที่ยังไม่มีกำหนดที่แน่นอนในการบรรทุกลงเรือเข้ามาในเขตท่าเรือ

 

 

การรักษาความปลอดภัยระดับที่ 1

 

16.12           ที่ระดับการรักษาความปลอดภัยระดับที่ 1 แผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือจะต้องกำหนดให้มีมาตรการสำหรับใช้ระหว่างการขนถ่ายสินค้า ซึ่งอาจรวมถึง :

.1         การตรวจสอบสินค้า หน่วยการขนส่งสินค้า และพื้นที่เก็บสินค้าเป็นประจำภายในเขตท่าเรือ ทั้งก่อนและระหว่างการปฏิบัติการขนถ่ายสินค้า ;

.2         การตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าที่ผ่านเข้ามาในเขตท่าเรือ ตรงกับใบส่งสินค้าหรือเอกสารเกี่ยวกับสินค้าอื่นๆที่ใช้แทนกันได้;

.3         การตรวจค้นยานพาหนะ  และ

.4         การตรวจสอบการปิดผนึก และวิธีการอื่น ๆที่ใช้เพื่อป้องกันการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตระหว่างการนำสินค้าเข้าสู่เขตท่าเรือ และการเก็บรักษาสินค้าในเขตท่าเรือ

16.13           การตรวจสอบสินค้าอาจกระทำได้โดยวิธีดังต่อไปนี้ :

.1    การตรวจสอบด้วยสายตาหรือทางกายภาพ

.2     การใช้อุปกรณ์ตรวจจับ/ค้นหา  อุปกรณ์เครื่องกล หรือสุนัขดมกลิ่น

16.14           เมื่อมีการขนย้ายสินค้าตามปกติหรือขนย้ายบ่อยๆ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำบริษัท หรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของประจำอาจปรึกษาหารือกับท่าเรือและเห็นชอบให้มีการจัดการให้ผู้ส่งสินค้า ผู้ที่รับผิดชอบในสินค้า ดำเนินการตรวจสอบนอกสถานที่  ปิดผนึก  จัดทำตารางการขนส่ง  จัดเตรียมเอกสารที่ใช้ในการขนส่ง  เป็นต้น การจัดการต่าง ๆ เหล่านี้ ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำท่าเรือที่เกี่ยวข้องทราบและให้ความเห็นชอบด้วย

 

การรักษาความปลอดภัยระดับที่ 2

 

16.15           ที่ระดับการรักษาความปลอดภัยระดับที่ 2 แผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือจะต้องกำหนดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมเพื่อใช้ระหว่างการขนถ่ายสินค้าซึ่งอาจรวมถึง

.1         การตรวจสอบในรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า หน่วยของการขนส่งสินค้าและพื้นที่วางสินค้า     

.2         การตรวจสอบอย่างเข้มงวดตามความเหมาะสมเพื่อให้แน่ใจว่ามีเฉพาะสินค้าที่มีเอกสารกำกับเท่านั้นที่สามารถผ่านเข้ามาในเขตท่าเรือ  การเก็บรักษาชั่วคราว และบรรทุกลงเรือ

.3         การตรวจค้นยานพาหนะอย่างเข้มงวด และ

.4         การเพิ่มความถี่และรายละเอียดในการตรวจสอบผนึกหรือวิธีอื่น ๆ ที่ใช้ เพื่อป้องกันการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

16.16           การตรวจสอบสินค้าโดยละเอียดอาจกระทำโดยใช้วิธีการทั้งหมด หรือ บางส่วน ดังต่อไปนี้

.1         การเพิ่มความถี่และรายละเอียดของการตรวจสอบสินค้า หน่วยการขนส่งสินค้า และพื้นที่เก็บสินค้าภายในเขตท่าเรือ (ด้วยการตรวจสอบด้วยสายตาหรือทางกายภาพ)

.2         การเพิ่มความถี่ในการใช้อุปกรณ์ตรวจจับ/ตรวจค้น อุปกรณ์เครื่องกล หรือ สุนัขดมกลิ่นและ

.3         การประสานงานกับผู้ส่งสินค้าหรือผู้รับผิดชอบอื่นๆเพื่อแจ้งให้ทราบมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นจากข้อตกลงหรือขั้นตอนการปฏิบัติที่มีอยู่แล้ว

 

การรักษาความปลอดภัยระดับที่ 3

 

16.17           ที่ระดับการรักษาความปลอดภัยระดับที่ 3 ท่าเรือจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือภัยคุกคามจากเหตุการณ์ดังกล่าว แผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือควรมีรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยซึ่งท่าเรือสามารถนำมาใช้โดยประสานงานอย่างใกล้ชิดกับผู้รับผิดชอบต่อการรักษาความปลอดภัยดังกล่าวและเรือภายในเขตท่าเรือ ซึ่งอาจรวมถึง:

.1         การจำกัดหรือระงับการเคลื่อนย้ายสินค้าหรือการปฏิบัติการภายในเขตท่าเรือทั้งหมดหรือบางส่วน   หรือบนเรือบางลำ ; และ

.2         การตรวจสอบรายการสินค้าอันตราย และวัตถุอันตรายที่เก็บรักษาไว้ในเขตท่าเรือ และสถานที่เก็บรักษา

 

การจัดส่งของใช้ประจำเรือ

 

16.18           มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เกี่ยวกับการจัดส่งของใช้ประจำเรือจะต้อง:

.1         มีดำเนินการตรวจสอบของใช้ประจำเรือ และความสมบูรณ์ของหีบห่อ

.2         ป้องกันไม่ให้มีการรับของใช้ประจำเรือโดยไม่มีการตรวจสอบ

.3         ป้องกันการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

.4         ป้องกันไม่ให้มีการรับของใช้ประจำเรือโดยที่ไม่มีการสั่งซื้อ

.5         กำหนดให้มีการตรวจค้นยานพาหนะที่ส่งของใช้ประจำเรือ

.6         กำหนดให้มีการคุ้มกันยานพาหนะส่งของ ภายในเขตท่าเรือ

16.19           สำหรับเรือที่เข้าเทียบท่าเรืออย่างสม่ำเสมออาจกำหนดให้มีขั้นตอนการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับเรือ   ผู้จัดหาสินค้าและท่าเรือโดยให้ครอบคลุมถึงการแจ้งเวลาส่งมอบตลอดจนการออกเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยจะต้องมีวิธีการเพื่อยืนยันว่าของใช้ประจำเรือที่ส่งมามีหลักฐานการสั่งซื้อแนบมาด้วย

 

การรักษาความปลอดภัยระดับที่ 1

 

16.20           ที่ระดับการรักษาความปลอดภัยระดับที่ 1 แผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือจะต้องกำหนดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ใช้ควบคุมการจัดส่งของใช้ประจำเรือ ซึ่งอาจรวมถึง :

.1         การตรวจสอบของใช้ประจำเรือ:

.2         การแจ้งรายละเอียดของสินค้าที่บรรทุก รายละเอียดเกี่ยวกับพนักงานขับรถ และเลขทะเบียนรถให้ทราบล่วงหน้า ; และ

.3         การตรวจค้นยานพาหนะที่มาส่งของ

16.21           การตรวจสอบของใช้ประจำเรืออาจกระทำได้โดยวิธีการทั้งหมด หรือบางส่วน ดังต่อไปนี้ :

.1         การตรวจสอบด้วยสายตา และทางกายภาพ;

.2         การใช้อุปกรณ์ตรวจจับ/ตรวจหา อุปกรณ์เครื่องกล หรือ สุนัขดมกลิ่น

 

 

การรักษาความปลอดภัยระดับที่ 2

 

16.22           ที่ระดับการรักษาความปลอดภัยระดับที่ 2 แผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือจะต้องกำหนดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มการควบคุมการจัดส่งของใช้ประจำเรือ ซึ่งอาจรวมถึง :

.1         การตรวจสอบของใช้ประจำเรือในรายละเอียด;

.2         การตรวจค้นยานพาหนะที่มาส่งของในรายละเอียด ;

.3         การประสานงานกับคนประจำเรือเพื่อตรวจสอบการสั่งของโดยเปรียบเทียบกับเอกสารการส่งของก่อนอนุญาตให้นำของเข้ามาในเขตท่าเรือ  และ

.4         การคุ้มกันยานพาหนะส่งของภายในเขตท่าเรือ

16.23           การตรวจสอบของใช้ประจำเรือในรายละเอียดอาจกระทำโดยใช้วิธีการทั้งหมดหรือบางส่วน ดังต่อไปนี้

.1         การเพิ่มความถี่ และรายละเอียดของการตรวจค้นยานพาหนะส่งของ;

.2         การเพิ่มการใช้อุปกรณ์ตรวจจับ/ ตรวจหา อุปกรณ์เครื่องกล หรือ สุนัขดมกลิ่น  และ

.3         การจำกัดหรือห้ามนำของใช้ประจำเรือที่จะไม่นำออกจากเขตท่าเรือภายในเวลาที่กำหนด เข้ามาในเขตท่าเรือ

 

การรักษาความปลอดภัยระดับที่ 3

 

16.24           ที่ระดับการรักษาความปลอดภัยระดับที่ 3 ท่าเรือควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือภัยคุกคามจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยแผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือควรแสดงรายละเอียดของมาตรการรักษาความปลอดภัยซึ่งท่าเรืออาจนำมาใช้โดยประสานงานอย่างใกล้ชิดกับผู้รับผิดชอบต่อการรักษาความปลอดภัยดังกล่าวและเรือในเขตท่าเรือ  ซึ่งอาจรวมถึงการเตรียมการเพื่อจำกัดหรือระงับการจัดส่งของใช้ประจำเรือภายในเขตท่าเรือทั้งหมดหรือบางส่วน

 

การขนถ่ายสัมภาระที่บุคคลไม่ได้ถือไปกับตัว

16.25           แผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือควรกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยที่จะนำมาใช้เพื่อให้แน่ใจว่าสัมภาระที่บุคคลไม่ได้ถือไปกับตัว (ได้แก่ สัมภาระใดๆ รวมถึงของใช้ส่วนตัวซึ่งไม่ได้อยู่กับผู้โดยสาร หรือคนประจำเรือ ณ. จุดที่มีการตรวจสอบ หรือตรวจค้น) มีการระบุเจ้าของและมีการตรวจตามความเหมาะสมซึ่งรวมถึงการตรวจค้นก่อนที่จะยอมให้เข้าไปในท่าเรือและก่อนการขนถ่ายระหว่างท่าเรือกับเรือ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการจัดการในการเก็บรักษา ทั้งนี้ สัมภาระดังกล่าวไม่จำเป็นต้องผ่านการตรวจโดยท่าเรือ และเรือ  และในกรณีที่ทั้งสองฝ่ายมีการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจที่เหมาะสม ความรับผิดชอบในการตรวจควรเป็นของท่าเรือ ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเรือเป็นสิ่งที่จำเป็นและควรมีขั้นตอนการดำเนินการที่ทำให้แน่ใจได้ว่า สัมภาระที่บุคคลไม่ได้ถือไปกับตัวได้รับการขนถ่ายอย่างปลอดภัยหลังจากผ่านการตรวจแล้ว

 

 

การรักษาความปลอดภัยระดับที่ 1

16.26           ที่ระดับการรักษาความปลอดภัยระดับที่ 1 แผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือควรกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยที่จะนำมาใช้กับสัมภาระที่บุคคลไม่ได้ถือไปกับตัวเพื่อให้แน่ใจว่าสัมภาระดังกล่าว ได้รับการตรวจหรือตรวจค้น ซึ่งอาจรวมถึงการตรวจด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ 100%

 

การรักษาความปลอดภัยระดับที่ 2

16.27           ที่ระดับการรักษาความปลอดภัยระดับที่ 2 แผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือควรกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมที่จะนำมาใช้กับสัมภาระที่บุคคลไม่ได้ถือไปกับตัวซึ่งควรจะรวมถึงการตรวจสัมภาระที่บุคคลไม่ได้ถือไปกับตัวทั้งหมดด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ 100 %

 

การรักษาความปลอดภัยระดับที่ 3

16.28           ที่ระดับการรักษาความปลอดภัยระดับที่ 3 ท่าเรือควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือภัยคุกคามจากเหตุการณ์ดังกล่าว แผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือควรกำหนดรายละเอียดของมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ท่าเรือจะนำมาใช้ โดยร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับผู้รับผิดชอบต่อการรักษาความปลอดภัยดังกล่าวและเรือในเขตท่าเรือ ซึ่งอาจรวมถึง:

.1         การกำหนดให้มีการตรวจสัมภาระที่บุคคลไม่ได้ถือไปกับตัวอย่างเข้มงวดมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น การใช้เครื่องเอ็กซเรย์ตรวจสัมภาระนั้นอย่างน้อยสองมุม

.2         การจัดเตรียมเพื่อจำกัดหรือห้ามการขนถ่ายสัมภาระที่บุคคลไม่ได้ถือไปกับตัว และ

.3         การปฏิเสธไม่รับสัมภาระที่บุคคลไม่ได้ถือไปกับตัวเข้าไปในเขตท่าเรือ

 

การกำกับดูแลการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือ

16.29           องค์กรรักษาความปลอดภัยของท่าเรือจะต้องมีความสามารถในการกำกับดูแลท่าเรือและทางเข้าสู่ท่าเรือในบริเวณใกล้เคียงทั้งทางบกและทางน้ำตลอดเวลา รวมทั้งในเวลากลางคืนและช่วงเวลาที่มีข้อจำกัดด้านการมองเห็น เขตหวงห้ามภายในท่าเรือ เรือที่อยู่ในเขตท่าเรือ และพื้นที่โดยรอบตัวเรือ การกำกับดูแลอาจกระทำได้โดยใช้วิธีดังต่อไปนี้:

.1         ไฟแสงสว่าง;

.2         ยามรักษาความปลอดภัย รวมถึง การเดินตรวจการณ์ การใช้รถ และเรือตรวจการณ์  และ

.3         อุปกรณ์ตรวจหาการบุกรุกโดยอัตโนมัติ และอุปกรณ์เตือนภัยต่าง ๆ

 

16.30           เมื่อมีการนำอุปกรณ์ตรวจหาการบุกรุกโดยอัตโนมัติมาใช้ ควรใช้สัญญาณเตือนภัยที่เป็นสัญญาณเสียงและ/หรือสามารถมองเห็นได้ที่บริเวณที่มีการสอดส่องดูแลอย่างต่อเนื่อง

16.31           แผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือต้องกำหนดให้มีขั้นตอนการปฏิบัติและอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้สำหรับการรักษาความปลอดภัยแต่ละระดับ ตลอดจนวิธีการที่ทำให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ดังกล่าวจะสามารถปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพิจารณาผลกระทบของสภาพอากาศหรือการตัดระบบไฟฟ้าด้วย

 

การรักษาความปลอดภัยระดับที่ 1

16.32           ที่ระดับการรักษาความปลอดภัยระดับที่ 1 แผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือจะต้องกำหนดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่จะนำมาใช้  ซึ่งอาจประกอบด้วยไฟแสงสว่าง ยามรักษาการณ์ หรืออุปกรณ์รักษาความปลอดภัย และอุปกรณ์เตือนภัยร่วมกันเพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของท่าเรือสามารถ:

.1         สังเกตการณ์พื้นที่ของท่าเรือโดยรวม รวมถึงทางเข้าสู่ท่าเรือทั้งบกและทางน้ำ;

.2         สังเกตการณ์จุดผ่านเข้าออก สิ่งกีดขวางและเขตหวงห้าม; และ

.3         ควบคุมดูแลพื้นที่ และการเคลื่อนไหวต่าง ๆ รอบตัวเรือที่อยู่ภายในเขตท่าเรือรวมถึงการเพิ่มกำลังไฟแสงสว่างของเรือเอง

 

การรักษาความปลอดภัยระดับที่ 2

16.33           ที่ระดับการรักษาความปลอดภัยระดับที่ 2 แผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือจะต้องกำหนดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม เพื่อนำมาใช้เพื่อเพิ่มความสามารถในการควบคุมดูแลและเฝ้าระวัง ซึ่งอาจรวมถึง ;

.1         การเพิ่มรัศมีและความเข้มของไฟแสงสว่าง และอุปกรณ์เตือนภัยซึ่งรวมถึงการจัดให้มีไฟแสงสว่าง และพื้นที่ตรวจการณ์มากขึ้น

.2         การเพิ่มความถี่ของการเดินตรวจการณ์ และการตรวจการณ์ด้วยรถและเรือ

.3         การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมเพื่อควบคุมดูแลและตรวจการณ์

 

การรักษาความปลอดภัยระดับที่ 3

16.34           ที่ระดับการรักษาความปลอดภัยระดับที่ 3 ท่าเรือควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือภัยคุกคามจากเหตุการณ์ดังกล่าว   แผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือควรแสดงรายละเอียดมาตรการรักษาความปลอดภัยซึ่งท่าเรืออาจนำมาใช้ โดยประสานงานอย่างใกล้ชิดกับผู้รับผิดชอบต่อการรักษาความปลอดภัยดังกล่าวและเรือในเขตท่าเรือ ซึ่งอาจรวมถึง :

.1         การเปิดไฟแสงสว่างทั้งหมดภายในหรือการจัดให้มีไฟแสงสว่างภายในอาณาบริเวณของท่าเรือทั้งหมด ;

.2         การเปิดอุปกรณ์เตือนภัยทั้งหมดที่ช่วยให้สามารถบันทึกกิจกรรม/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในหรือใกล้กับเขตท่าเรือ ; และ

.3         การจัดให้อุปกรณ์เตือนภัยมีช่วงเวลาในการบันทึกอย่างต่อเนื่องนานที่สุด

 

ระดับการรักษาความปลอดภัยที่แตกต่างกัน

16.35           แผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือจะต้องกำหนดรายละเอียดของขั้นตอนการปฏิบัติและมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ท่าเรือสามารถนำมาใช้ได้ หากท่าเรือกำหนดระดับการรักษาความปลอดภัยที่ต่ำกว่าระดับการรักษาความปลอดภัยที่ใช้กับเรือ

 

กิจกรรมที่ไม่อยู่ในบังคับของประมวลข้อบังคับนี้

16.36           แผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือจะต้องกำหนดรายละเอียดของขั้นตอนการปฏิบัติและมาตรการรักษาความปลอดภัย ซึ่งท่าเรือควรนำมาใช้เมื่อ :

.1         ต้องปฏิบัติการกับเรือ ซึ่งเคยเดินทางไปยังท่าเรือของรัฐอื่นซึ่งไม่ใช่รัฐภาคี ;

.2         ต้องปฏิบัติการกับเรือ ซึ่งไม่อยู่ในบังคับของประมวลข้อบังคับนี้ ;

.3         ต้องปฏิบัติการกับแท่นขุดเจาะที่ตรึงอยู่กับที่หรือลอยน้ำหรือเคลื่อนที่

 

ปฏิญญาว่าด้วยการรักษาความปลอดภัย

16.37           แผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือจะต้องกำหนดให้มีขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของท่าเรือร้องขอให้ออกปฏิญญาว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยตามคำสั่งของรัฐภาคี

 

การตรวจสอบ การทบทวน และการแก้ไข

16.38           แผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือจะต้องกำหนดวิธีการที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของท่าเรือจะใช้ตรวจสอบประสิทธิผลของแผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรืออย่างต่อเนื่อง และขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อทบทวน ปรับปรุง หรือแก้ไขแผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือให้ทันสมัย

16.39           แผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือจะต้องได้รับการทบทวนตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำท่าเรือ  นอกจากนี้ควรมีการทบทวน :

.1         หากมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายงานการประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยของท่าเรือในส่วนที่เกี่ยวข้องกับท่าเรือ ;

.2         หากการตรวจสอบโดยอิสระหรือ การทดสอบองค์กรรักษาความปลอดภัยของท่าเรือของรัฐแสดงถึงความล้มเหลวในองค์กรหรือปัญหาที่สำคัญขององค์ประกอบของแผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือที่ได้รับอนุมัติแล้ว ;

.3         หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือภัยคุกคามที่เกี่ยวข้องกับท่าเรือ และ

.4         หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงในกรรมสิทธิ์หรือการควบคุมการปฏิบัติงานของท่าเรือ

16.40           เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำท่าเรืออาจเสนอแนะข้อแก้ไขตามความเหมาะสมต่อแผนฯ ที่ได้รับอนุมัติแล้วหลังจากมีการทบทวนแผนดังกล่าว   ข้อแก้ไขแผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือที่เกี่ยวกับ:

.1         การเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจก่อให้เกิดการแก้ไขแนวทางที่นำมาใช้ในการรักษาความปลอดภัยในท่าเรือ ; และ

.2         การยกเลิก การเปลี่ยนแปลง หรือการสับเปลี่ยนสิ่งกีดขวางถาวร และระบบและอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยและเตือนภัย ฯลฯ ซึ่งแต่เดิมถือว่ามีความสำคัญต่อการรักษาความปลอดภัยในท่าเรือ

 

ต้องนำเสนอต่อรัฐภาคีที่อนุมัติแผนการรักษาความปลอดภัยฉบับเดิมเพื่อพิจารณาและอนุมัติอีกครั้งหนึ่ง ข้อแก้ไขดังกล่าวอาจกระทำโดย หรือกระทำในนามของรัฐภาคี และอาจยอมรับหรือไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงตามที่เสนอมาก็ได้  ในการอนุมัติแผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือนั้น รัฐภาคีควรกำหนดว่าการแก้ไขในขั้นตอนการปฏิบัติหรือการแก้ไขทางกายภาพใดที่จำเป็นต้องนำเสนอเพื่อขออนุมัติ

 

การอนุมัติแผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือ

16.41           แผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือจะต้องได้รับอนุมัติจากรัฐภาคีที่เกี่ยวข้อง โดยจะต้องกำหนดให้มีขั้นตอนการปฏิบัติที่เหมาะสมสำหรับ:

.1         การนำเสนอแผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือต่อรัฐภาคี ;

.2         การพิจารณาแผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือ

.3         การอนุมัติแผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือโดยมีหรือไม่มีข้อแก้ไข ;

.4         การพิจารณาข้อแก้ไขที่นำเสนอหลังจากแผนได้รับอนุมัติแล้ว ; และ

.5         ขั้นตอนการปฏิบัติในการตรวจสอบความเหมาะสมอย่างต่อเนื่องของแผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือที่ได้รับอนุมัติแล้ว

 

ในทุกขั้นตอนควรมีขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อให้มีการเก็บเนื้อหาของแผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือไว้เป็นความลับ

 

เอกสารแสดงการยินยอมปฏิบัติของท่าเรือ

16.42           รัฐภาคีผู้ปกครองอาณาเขตอันเป็นที่ตั้งของท่าเรืออาจออกเอกสารแสดงการยินยอมปฏิบัติของท่าเรือ (Statement of Compliance a Port Facility: SoCPF) อันแสดงถึง :

.1         ท่าเรือนั้น ;

.2         ว่าท่าเรือนั้น ได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติของบทที่ 11-2  และภาค ก. – ของ ประมวลข้อบังคับนี้ ;

.3         อายุของเอกสาร SoCPF ซึ่งรัฐภาคีควรเป็นผู้กำหนด แต่ไม่ควรเกิน 5 ปี, และ

.4         การดำเนินการตรวจสอบเอกสารฯในภายหลัง ซึ่งกำหนดโดยรัฐภาคี และการแจ้งยืนยันเมื่อมีการดำเนินการดังกล่าว

16.43           เอกสารการยินยอมปฏิบัติของท่าเรือ (SoCPF) ควรมีรูปแบบตามที่แสดงไว้ในภาคผนวกของภาคนี้ของประมวลข้อบังคับนี้  หากภาษาที่ใช้มิใช่ภาษาสเปน ฝรั่งเศส หรืออังกฤษ รัฐภาคีอาจให้มีการแปลเป็นภาษาใดภาษาหนึ่งดังกล่าวข้างต้น หากเห็นสมควร

 

17   เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำท่าเรือ

 

บททั่วไป

 

17.1              เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำท่าเรือจะต้องให้ความช่วยเหลือ ในกรณีเฉพาะบางกรณีที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำเรือ มีข้อสงสัยเกี่ยวกับความถูกต้องของเอกสารแสดงตัวของผู้ที่ขออนุญาตขึ้นเรือโดยมีจุดมุ่งหมายที่เป็นทางการ

17.2              เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำท่าเรือไม่ควรต้องรับผิดชอบในการยืนยันการแสดงตัวของผู้ขออนุญาตขึ้นเรือนอกจากนี้ แนวทางปฏิบัติอื่นๆ ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในส่วนที่ 15,16 และ 18

 

 

18   การฝึกอบรม การฝึกปฏิบัติ และการฝึกซ้อม การรักษาความปลอดภัยของท่าเรือ

การฝึกอบรม

18.1              เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำท่าเรือควรมีความรู้และได้รับการฝึกอบรมในบางส่วนหรือทั้งหมดในเรื่องดังต่อไปนี้ตามความเหมาะสม

.1         การบริหารงานด้านการรักษาความปลอดภัย

.2          อนุสัญญา ประมวลข้อบังคับ และข้อเสนอแนะระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

.3          การออกกฎหมายและข้อบังคับของรัฐที่เกี่ยวข้อง

.4         ความรับผิดชอบและหน้าที่ขององค์กรรักษาความปลอดภัยอื่นๆ

.5         วิธีการประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยของท่าเรือ

.6         วิธีการสำรวจและตรวจสอบการรักษาความปลอดภัยของเรือและท่าเรือ

.7         การปฏิบัติงานและสภาพของเรือและท่าเรือ

.8         มาตรการรักษาความปลอดภัยของเรือและท่าเรือ

.9         การเตรียมความพร้อมและการจัดการกับเหตุฉุกเฉิน และการวางแผนป้องกันเหตุร้าย

.10       เทคนิคในการสอนสำหรับใช้จัดฝึกอบรมและการศึกษาด้านการรักษาความปลอดภัย ซึ่งรวมถึงมาตรการและขั้นตอนการปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัย;

.11       การจัดการดูแลข้อมูลซึ่งมีความอ่อนไหวและเกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยและการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัย;

.12       ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบและภัยคุกคามต่อการรักษาความปลอดภัยในปัจจุบัน;

.13       การทำความรู้จักและการตรวจหาอาวุธ วัตถุ และอุปกรณ์อันเป็นอันตราย;

.14       การทำความรู้จักลักษณะและรูปแบบพฤติกรรมของบุคคลที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อการรักษาความปลอดภัย โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ;

.15       เทคนิคที่ใช้เพื่อทำลายหรือหลีกเลี่ยงมาตรการรักษาความปลอดภัย

.16       อุปกรณ์และระบบรักษาความปลอดภัย และข้อจำกัดในการปฏิบัติงาน;

.17       วิธีการในการดำเนินการตรวจสอบ การตรวจ การควบคุม และการกำกับดูแล;

.18       วิธีการในการตรวจค้นทางกายภาพ และการตรวจโดยสุภาพ;

.19       การฝึกปฏิบัติ และการฝึกซ้อมการรักษาความปลอดภัย รวมถึงการฝึกปฏิบัติและการฝึกซ้อมร่วมกับเรือ;

.20       การประเมิน การฝึกปฏิบัติ และการฝึกซ้อมการรักษาความปลอดภัย

 

18.2              เจ้าหน้าที่ของท่าเรือที่มีหน้าที่เฉพาะในการรักษาความปลอดภัยจะต้องมีความรู้และไดัรับการฝึกอบรมในบางส่วนหรือทั้งหมดในเรื่องต่อไปนี้ตามความเหมาะสม:

.1         ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบและภัยคุกคามต่อการรักษาความปลอดภัยในปัจจุบัน;

.2         การทำความรู้จักและการตรวจหาอาวุธ วัตถุ และอุปกรณ์อันเป็นอันตราย;

.3         การทำความรู้จักกับลักษณะและรูปแบบพฤติกรรมของบุคคลที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อการรักษาความปลอดภัย;

.4         เทคนิคที่ใช้เพื่อทำลายหรือหลีกเลี่ยงมาตรการรักษาความปลอดภัย;

.5         เทคนิคการจัดการและควบคุมฝูงชน;

.6         การสื่อสารที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย;

.7         การปฏิบัติงานของอุปกรณ์และระบบรักษาความปลอดภัย;

.8         การทดสอบ การปรับแต่ง และการบำรุงรักษาอุปกรณ์ และระบบรักษาความปลอดภัย;

.9         เทคนิคการตรวจ ควบคุม และกำกับดูแล

.10       วิธีการตรวจค้นบุคคล ของใช้ประจำตัว สัมภาระ สินค้า และของใช้ประจำเรือทางกายภาพ

 

18.3              เจ้าหน้าที่อื่นๆของท่าเรือจะต้องมีความรู้และคุ้นเคยกับบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องของแผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือในบางส่วนหรือทั้งหมดในเรื่องต่อไปนี้ตามความเหมาะสม

.1         ความหมายและข้อกำหนดอันเป็นผลสืบเนื่องของระดับการรักษาความปลอดภัยที่แตกต่างกัน;

.2         การทำความรู้จักและการตรวจอาวุธ วัตถุ และอุปกรณ์อันเป็นอันตราย;

.3         การทำความรู้จักลักษณะรูปแบบพฤติกรรมของบุคคลที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อการรักษาความปลอดภัยของท่าเรือ ;

.4         เทคนิคที่ใช้เพื่อทำลายหรือหลีกเลี่ยงมาตรการรักษาความปลอดภัย

 

 

การฝึกปฏิบัติและการฝึกซ้อม

18.4              วัตถุประสงค์ของการฝึกปฏิบัติและการฝึกซ้อมคือเพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่ของท่าเรือมีความชำนาญในหน้าที่การรักษาความปลอดภัยที่ได้รับมอบหมายที่ระดับการรักษาความปลอดภัยทุกระดับ และเพื่อให้ทราบถึงข้อบกพร่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัย

18.5              เพื่อให้แน่ใจว่ามีการปฏิบัติตามบทบัญญัติของแผนการรักษาความปลอดภัยของท่าเรืออย่างมีประสิทธิผล จึงควรมีการฝึกปฏิบัติเป็นประจำอย่างน้อยทุก 3 เดือน ยกเว้นในกรณีเฉพาะที่ไม่สามารถทำได้  การฝึกปฏิบัติเหล่านี้ควรมีการทดสอบแต่ละองค์ประกอบของแผน  อาทิเช่น ภัยคุกคามต่อความปลอดภัยตามรายการที่แสดงไว้ในวรรคที่ 15.11

18.6              จะต้องจัดให้มีการฝึกซ้อมต่าง ๆ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐภาคี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำบริษัทหรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเรือ (ถ้ามี) อย่างน้อย 1 ครั้ง ตามปีปฏิทินและแต่ละครั้งไม่ควรมีระยะห่างกันเกินกว่า 18 เดือน โดยอาจมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของท่าเรือเข้าร่วมฝึกซ้อมด้วย  นอกจากนี้ ควรร้องขอให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำบริษัทหรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำเรือให้เข้าร่วมในการฝึกซ้อมด้วยโดยคำนึงถึงการรักษาความปลอดภัยและงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของเรือ  การฝึกซ้อมเหล่านี้ควรมีการทดสอบการสื่อสาร การประสานงาน ความพร้อมของทรัพยากรและการจัดการ การฝึกซ้อมอาจจะดำเนินการโดย

.1         เต็มรูปแบบหรือเหมือนจริง ;

.2         จำลองสถานการณ์บนโต๊ะ หรือจัดสัมมนา ; หรือ

.3         จัดร่วมกับการฝึกซ้อมอื่นๆ เช่น การฝึกการจัดการเหตุฉุกเฉิน หรือ การฝึกซ้อมของหน่วยงานอื่น ๆ ของรัฐเมืองท่า

 

19        การตรวจสอบและการออกใบสำคัญรับรองสำหรับเรือ

ไม่มีแนวทางกำหนดเพิ่มเติม

 


§         ข้อกำหนดภาคบังคับเกี่ยวกับบทบัญญัติ ISPS Code ของบทที่ 11-2 ของภาคผนวกแนบท้ายอนุสัญญาว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล ค.ศ.1974 ตามที่แก้ไขเพิ่มเติม

§         แนวทางสำหรับบทบัญญัติ ISPS Code ของบทที่ 11-2 ของภาคผนวกแนบท้ายอนุสัญญาระหว่างประเทศ ว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล 1974 ตามที่แก้ไขเพิ่มเติมและภาค ก ของประมวลข้อบังคับนี้ (ส่วนที่ 1)

§         แนวทางสำหรับบทบัญญัติ ISPS Code ของบทที่ 11-2 ของภาคผนวกแนบท้ายอนุสัญญาระหว่างประเทศ ว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล 1974 ตามที่แก้ไขเพิ่มเติมและภาค ก ของประมวลข้อบังคับนี้ (ส่วนที่ 2)

§         แนวทางสำหรับบทบัญญัติ ISPS Code ของบทที่ 11-2 ของภาคผนวกแนบท้ายอนุสัญญาระหว่างประเทศ ว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล 1974 ตามที่แก้ไขเพิ่มเติมและภาค ก ของประมวลข้อบังคับนี้ (ส่วนที่ 3)

§         แนวทางสำหรับบทบัญญัติ ISPS Code ของบทที่ 11-2 ของภาคผนวกแนบท้ายอนุสัญญาระหว่างประเทศ ว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล 1974 ตามที่แก้ไขเพิ่มเติมและภาค ก ของประมวลข้อบังคับนี้ (ส่วนที่ 4)

มารีนเนอร์ไทย | MarinerThai.Net | MarinerThai.Com

 

 

 

 

จำนวนผู้เข้าชมหน้านี้   556

 Disclaimed: มารีนเนอร์ไทยดอทคอม ขอสงวนสิทธิ์ในการรับรองความถูกต้องในบทความ ข้อมูล เนื้อหา ภายในเว็บไซด์ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล ภาพ เสียง ซอฟแวร์ การเชื่อมโยง(ลิงค์) และ/หรือ บริการอื่นๆ และจะไม่รับผิดชอบในความผิดพลาดในการใช้เนื้อหาดังกล่าวข้างต้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางด้าน การค้า การกระทำ การคาดการณ์ พยากรณ์ การวิจัย และอื่นๆ ซึ่งเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลเฉพาะของท่านผู้เขียนแต่ละรายไป ตลอดจนข้อกำหนดทางด้านลิขสิทธิ์ กรณีที่ท่านส่งบทความที่มิได้ขออนุญาตต่อผู้ครองสิทธิ์แท้จริงนำมาลงไว้ภายในเว็บไซด์นี้

 

 
 

 

 

Inter Maritime School Nathalin Group

หน้าแรกก | เว็บบอร์ดชาวเรือ | สารบัญเว็บไซด์ชาวเรือ | สมุดภาพเรือเดินทะเล | สนับสนุนเว็บเรา | ติดต่อเรา

© 2002 Mariner Thai Dot Com Mariner Thai Dot Net. All rights reserved - Web designed by .<nv>.

 MarinerThai.Com | MarinerThai.Net | MarinerThai.Org

Contact webmaster: | Organizer : CKN - Cyber Ket Network