Menuleft - MarinerThai.Net

หน้าแรก

เว็บบอร์ดชาวเรือ

สารบัญเว็บไซด์ชาวเรือ

เอกสารน่าอ่านไทย

เอกสารน่าอ่านอังกฤษ

สาระไอทีชาวเรือ

สมุดภาพจากสมาชิก

สมุดภาพเรือเดินทะเล

แหล่งคนหางานเรือไทย

บทความจากสมาชิก

นิทานชาวเรือ

คนเรือหัวหมอ

คู่มือปฏิบัติงานเรือ

อุปกรณ์สื่อสารของเรือ

มุมกล้องคนเรือ

Procedure Tanker

พจนานุกรมศัพท์ทางเรือ

ความหมายคำย่อทางเรือ

มารีนเนอร์ไทย Blog

ข่าวสารสำหรับคนเรือ

ข่าวอัพเดทรายวัน

ข่าวสดราคาน้ำมันโลก

รวมข่าวโจรสลัด

รวมข่าวอุบัติเหตุทางเรือ

สนับสนุนเว็บเรา

สถิติผู้เข้าชมเว็บนี้

ติดต่อเรา

MRT Topsite

เปิดเว็บ 1 ตุลาคม 2545

 


 

Mariner Education School - MES

Nathalin Group

Cho. Charoen Maritime Instruments

Chemstar Nautical School

CKN Cyber Key Network

 

 
 
 

 

 

Nathalin Group

Cho. Charoen Maritime Instruments Advertising in marinerthai.net

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางทะเล

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางทะเล-ออสเตรเลีย


โดย หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2550

ดินแดนทะเลโอบอย่างประเทศออสเตรเลียย่อมมีร่องรอยหลักฐานการพาณิชย์นาวีโบราณอยู่ไม่น้อย ยุวดี มณีกุล บอกเล่าเนื้อหาการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางทะเลแห่งชาติออสเตรเลีย รวมถึงการขุดค้นแหล่งเรือจมบางแหล่ง

ด้านหน้าอาคารพิพิธภัณฑ์

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : แนวความคิดในการจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิต (Live Museum) อาจเพิ่งปรากฏเป็นรูปธรรมในสังคมไทยไม่เกิน 5 ปี ที่ผ่านมา แต่ในประเทศพัฒนาแล้วได้มีการยกระดับการจัดการพิพิธภัณฑ์เป็นเรื่องสำคัญลำดับต้นๆ ของการพัฒนาสังคม เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับประชาชน

ที่มหานครซิดนีย์ เมืองใหญ่แห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย มีพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง ทั้งพิพิธภัณฑ์เมือง พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์-ธรรมชาติ พิพิธภัณฑ์เฉพาะทางต่างๆ และหอศิลป์ประจำเมือง

หุ่นจำลองแสดงการใช้เรือพายเป็นพาหนะ

ความที่มีดินแดนติดทะเลและมหาสมุทรแปซิฟิค เมืองซิดนีย์จึงเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางทะเลแห่งชาติออสเตรเลีย (Australian National Maritime Museum) ริมอ่าวซิดนีย์

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นอาคารขนาดใหญ่ แบ่งเป็น 2 ชั้นแบบเล่นระดับ จากโถงบริการมีทางลาดนำขึ้นสู่ห้องจัดแสดงชั้นสอง ข้างทางมีร้านขายของที่ระลึกเกี่ยวกับสิ่งจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์และหนังสือว่าด้วยประวัติศาสตร์-โบราณคดีทางทะเล โดยเฉพาะหนังสือเกี่ยวกับแหล่งเรือโบราณที่จมลงรอบๆ เขตน่านน้ำประเทศออสเตรเลีย

โครงกระดูกมนุษย์ในตู้แสดง

ก่อนถึงชั้นลอยมีตู้กระจกแสดงสัญลักษณ์เกี่ยวกับการเดินเรือเป็นการกระตุ้นความสนใจของผู้ชม บริเวณชั้นลอยนี้มีพื้นที่บริการสอนต่อเรือโบราณจำลองแบบต่างๆ โดยไม่เสียค่าเรียน ผู้สอนเป็นอาสาสมัครเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00-15.00 น. ไม่ไกลกันจัดแสดงสมอไม้เรือเก่าแก่ที่นำมาจากการทำงานขุดค้นโบราณคดีใต้น้ำ พร้อมป้ายคำบรรยายเกี่ยวกับการสงวนรักษาโบราณวัตถุจากใต้ทะเลชิ้นนี้ รวมถึงเครื่องประกอบตัวเรือจำพวกตะปู สลัก ฯลฯ ที่จัดแสดงในตู้กระจกใกล้ๆ กัน กล่าวได้ว่าเป็นห้องจัดแสดงโบราณวัตถุจากการทำงานโบราณคดีใต้น้ำนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีการจำลองบางส่วนของเรือสำเภาโบราณที่ติดตั้งปืนใหญ่ประจำเรือไว้สำหรับป้องกันภัยจากโจรสลัดระหว่างการเดินทางท่องทะเล

โถงจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนบริเวณไม่ไกลกันนำเสนอภาพถ่ายขาวดำ เป็นภาพเรือแบบต่างๆ ต่อด้วยห้องนิทรรศการเกี่ยวกับสิ่งนำทางในการเดินเรือสมัยต่างๆ มีหอประภาคารจำลองตั้งโดดเด่นกลางห้อง ตามผนังมีป้ายคำบรรยายเกี่ยวกับพัฒนาการของสิ่งบอกทางเหล่านี้

หากต้องการเข้าใจภาพเรือสินค้า ก็ต้องชมห้องนิทรรศการการติดต่อค้าขาย ผู้ออกแบบพิพิธภัณฑ์ได้จัดพื้นที่ว่างสำหรับแสดงอุปกรณ์ชักรอกลังสินค้าโดยใช้เชือกแหขนาดใหญ่เกี่ยวตะขอยกลังสินค้าขึ้น-ลงเรือ แม้จะเป็นการจำลองฉากแต่ก็ใช้สัดส่วนเสมือนจริง สิ่งจัดแสดงชิ้นนี้ตั้งอยู่ด้านล่างพุ่งสูงไปถึงระเบียงทางเดินชั้นสอง ป้ายคำบรรยายระบุถึงสินค้านำเข้าและส่งออกในสมัยโบราณจากหลักฐานเอกสารประวัติศาสตร์

เครื่องถ้วยญี่ปุ่นพบจากแหล่งเรือจม

ห้อง passengers exhibition ทำทางเข้าด้านหน้าเป็นรูปปั้นเด็กชายนักท่องสมุทรนั่งอยู่บนกองกระเป๋าเสื้อผ้า ห้องนี้บอกเล่าความเป็นมาของเรือโดยสารขนาดใหญ่ที่จมลง ลักษณะคล้ายเรือสำราญแบบไททานิค มีลูกเรือและผู้โดยสารหลากหลายอาชีพเดินทางไปกับเรือลำนี้ การจัดแสดงยังได้จำลองห้องโดยสารของผู้โดยสารบางส่วน สะท้อนให้เห็นความแตกต่างทางสถานะสังคมและเศรษฐกิจ

นิทรรศการที่น่าสนใจอีกห้องหนึ่ง ได้แก่ เรื่องราวของกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ตามช่องแคบและเกาะเล็กๆ นั่นคือกลุ่ม Merana Eora Nora เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีวิถีชีวิตแบบนักท่องทะเล ยังชีพด้วยการจับสัตว์น้ำ พวกเขาคิดค้นอุปกรณ์พื้นบ้านอย่างเรียบง่ายในการล่าสัตว์ทะเล กลุ่มชาติพันธุ์นี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมบนแผ่นดินที่รู้จักกันในนามกลุ่มอะบอริจินิส นักขว้างบูมเมอแรงแห่งแดนจิงโจ้ ตู้จัดแสดงยังให้รายละเอียดเกี่ยวกับพิธีกรรมของชนเผ่านี้ด้วย

เมื่อมองจากระเบียงเล่นระดับด้านบนลงมายังพื้นห้อง จะเห็นการจัดแต่งแสงและลวดลายที่ดึงดูดความสนใจได้ดี ลวดลายแสงไฟกระทบพื้นเป็นรูปปลา 3 ตัว ไล่ล้อกันเป็นวงกลม

ห้องแสดงกลุ่มชาติพันธุ์ EORA

ห้องนิทรรศการต่างๆ เชื่อมต่อกันด้วยระเบียงทางเดินลักษณะคล้ายทางเดินบนเรือ เป็นทางแคบๆ มีราวจับด้านข้าง และมีแสงสว่างพอมองเห็นทาง ก่อนจะนำสู่ห้องนิทรรศการที่ติดตั้งระบบไฟตามเนื้อหา

บนระเบียงทางเดินนี้เอง ผู้ชมจะเห็นเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้ในการสงครามในอดีตติดตั้งอยู่กลางอากาศ หลายคนสงสัยว่าเหตุใดเฮลิคอปเตอร์จึงมาเกี่ยวข้องกับเรื่องทางทะเล ก็สามารถฟังคำบรรยายบนจอคอมพิวเตอร์ระบบสัมผัสได้ บนผนังโล่งกว้างด้านหนึ่งยังมีการฉายภาพยนตร์สั้นเกี่ยวกับฉากการสงครามในอดีต

โบราณวัตถุจากการขุดค้นทางโบราณคดีใต้น้ำ

ครั้นเดินไปตามระเบียงชั้นสองจนสุดทาง จะมีบันไดขั้นเล็กๆ นำสู่ชั้นล่าง

ห้องจัดแสดงชั้นล่างหากเริ่มต้นตั้งแต่โถงทางเข้าจะพบ USA Gallery จัดแสดงเนื้อหาความร่วมมือในกิจการพาณิชย์นาวีของสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย ห้องนิทรรศการ Navy exhibition แสดงวัตถุและเรื่องราวความเป็นมาของกองทัพเรือออสเตรเลีย จำลองห้องพักโดยสารของทหารเรือ และห้องควบคุมเรือ เครื่องแบบทหารเรือชายและหญิงสมัยต่างๆ นอกเหนือจากคำบรรยายบนจอคอมพิวเตอร์ระบบสัมผัสแล้ว ห้องนี้ยังมีบอร์ดเครื่องหมายตราที่ผู้เยี่ยมชมสามารถพลิกดูข้อมูลเองได้ โดยจะมีข้อมูลตำแหน่งประจำตรายศนั้นๆ ระบุไว้

ก่อนผ่านไปสู่ห้องแสดงต่างๆ มีกล้องส่องที่ปรับมาจากกล้องส่องผิวน้ำของเรือดำน้ำ ผู้ชมสามารถเล็งกล้องโดยหมุนไปรอบทิศ เด็กบางคนเพลิดเพลินกับกิจกรรมนี้ เขาบอกว่าลองส่องแล้วจะเห็นเฮลิคอปเตอร์ที่ติดตั้งตรงระเบียงชั้นสองชัดเจน

ถัดไปเป็น Watermarks exhibition แสดงเครื่องยนต์ที่ใช้ในการขับเคลื่อนเรือแบบดั้งเดิม

ด้านท้ายของโถงแสดงเป็นนิทรรศการร่วมสมัย เน้นนำเสนอเรื่องของกีฬาทางน้ำ ทั้งกระดานโต้คลื่น เรือใบ เรือพาย มีเรือคยัครุ่นโบราณและกระดานโต้คลื่นแบบโบราณเรียงรายไปตามผนังห้อง แถมด้วยภาพขาวดำของนักกีฬาโต้คลื่นที่มีชื่อเสียง พร้อมโล่รางวัลจากการแข่งขันกีฬาทางน้ำประเภทต่างๆ

ใกล้กับห้องนิทรรศการร่วมสมัยนี้ปรากฏแบบเรือสำเภาโบราณจำลองขนาดประมาณ 3 คนโอบ ที่มองจากด้านบนจะเห็นเป็นเรือสำเภาสีเขียว แต่เมื่อมองในระยะใกล้พบว่าสร้างขึ้นจากกระป๋องเบียร์เปล่าต่อเรียงเป็นรูปเรือสำเภา นับเป็นการนำวัสดุใช้แล้วมาดัดแปลงได้อย่างน่าสนใจ

นอกจากนี้ยังมีส่วนบริการ ประกอบด้วยห้องพักผ่อนสำหรับสมาชิกพิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด ศูนย์การเรียนรู้สำหรับเด็ก และห้องสุขา

ผู้เยี่ยมชมนิทรรศการถาวรและนิทรรศการหมุนเวียนในอาคารพิพิธภัณฑ์ไม่ต้องเสียค่าเข้าชมแต่อย่างใด ทั้งยังสามารถบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวได้ด้วย เริ่มด้วยการติดต่อเจ้าหน้าที่ตรงเคาน์เตอร์บริเวณโถงต้อนรับ เจ้าหน้าที่จะแจกสติ๊กเกอร์ไว้ติดหน้าอกเสื้อเป็นใบเบิกทาง ผู้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่มาเป็นครอบครัว แม้จำนวนผู้เข้าชมต่อวันจะเทียบไม่ได้กับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เลือกไปเยือนสวนสัตว์และสวนสัตว์น้ำติดแอร์ฝั่งตรงข้ามอ่าวซิดนีย์ ซึ่งต้องเสียค่าบัตรผ่านประตูในราคาแพง แต่ก็นับว่าเป็นจำนวนที่น่าพอใจ

อาจเป็นเพราะพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีบริษัทเอกชนหลายรายให้การสนับสนุนจึงมีทุนมากพอสำหรับการเนรมิตบรรยากาศและเนื้อหาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ชนิดที่ต้องใช้เวลาเป็นครึ่งวันสำหรับการเดินชมให้เต็มอิ่ม เมื่อออกจากอาคารพิพิธภัณฑ์แล้ว ใครต้องการเดินชมเรือโบราณของกัปตันคุก และเรือดำน้ำที่เคยใช้ในการสงคราม ซึ่งจอดเทียบท่าด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ ก็ต้องซื้อบัตรผ่านประตู

แม้พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางทะเลแห่งชาติออสเตรเลียจะประจำการอยู่ที่ซิดนีย์ แต่เมืองในรัฐต่างๆ ทั้ง 6 รัฐ ของประเทศออสเตรเลียก็มีพิพิธภัณฑ์โบราณคดีใต้น้ำตั้งอยู่เช่นกัน เน้นจัดแสดงโบราณวัตถุและเรื่องราวของแหล่งเรือจมตามแหล่งขุดค้นใต้ทะเลจุดต่างๆ ในเขตน่านน้ำออสเตรเลีย

เจเรมี กรีน (jeremy Green) นักโบราณคดีใต้น้ำชื่อดังประจำ Department of Maritime Archaeology พิพิธภัณฑ์ออสเตรเลียตะวันตก เขียนถึงเรือโบราณบัตตาเวีย (Batavia) ไว้ในบทความชื่อ 'Batavia 1629' ในหนังสือ 'Shipwreck Archaeology in Australia' ตีพิมพ์ใหม่เอี่ยมปีนี้ มีใจความว่าทางฝั่งตะวันตกของออสเตรเลียมีสถานะเป็นเมืองท่าชายฝั่งมานานกว่า 4 ศตวรรษ พ่อค้าชาวดัตช์ประจำอินเดียตะวันออก (VOC) ได้ออกเดินทางจากยุโรปที่มหาสมุทรอินเดียจนถึงจุดหมายคือสถานีการค้าย่อย VOC ของพวกดัตช์ในแถบหมู่เกาะชวาหรืออินโดนีเซียในปัจจุบัน

ระหว่างการเดินทาง เรือสำเภาจำนวนหนึ่งของกลุ่มพ่อค้าชาวดัตช์แห่ง VOC ได้อับปางลงใกล้ชายฝั่งออสเตรเลีย เรือบัตตาเวียคือหนึ่งในนั้น

บัตตาเวียล่มลงในปี ค.ศ.1629(พ.ศ.2172) โดยมีเรือที่จมลงก่อนหน้านี้ 7 ปี หลังจากนั้นมีเรือสำเภาล่มลงใกล้ชายฝั่งตะวันตกของออสเตรเลียอีกอย่างน้อย 3 ลำ เรือทั้งหมดมีอายุอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 17-18

เรื่องราวของผู้รอดชีวิตกว่า 200 คน (เมื่อ 300 ปีเศษ) ต้องเผชิญภาวะการเอาตัวรอดบนเกาะที่ขาดแคลนน้ำจืด นำไปสู่โศกนาฏกรรมที่ไม่อาจลืมเลือนเมื่อผู้นำกลุ่มตัดสินใจก่อฆาตกรรมครั้งใหญ่ ในที่สุดมีผู้เหลือรอดไม่ถึง 100 ชีวิต ต่างเดินทางไปหาเกาะใกล้เคียงแห่งใหม่ที่มีน้ำจืด ส่วนศพผู้ถูกฆ่าทั้งชายหญิงและเด็กถูกฝังไว้บนเกาะเล็กๆ แห่งนั้น จนเพิ่งมีการขุดค้นพบโครงกระดูกในช่วงปี คศ.1999-2001 (พ.ศ.2542-2544)

ทุกวันนี้ ซากหลงเหลือของเรือบัตตาเวียยังคงอยู่ที่ความลึกราว 5 เมตร ไม่นับรวมเรือลำอื่นๆ

เรือโบราณบัตตาเวีย (Batavia)

นักโบราณคดีใต้น้ำเริ่มสำรวจเรือบัตตาเวียอย่างจริงจังราวต้นปี ค.ศ.1970 (พ.ศ.2513) ต่อมารัฐบาลออสเตรเลียสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมจึงมีการขุดค้นอย่างต่อเนื่องถึง 3 ปี (พ.ศ.2516-2519) พบสมอเรือขนาดต่างๆ 9 ชิ้น ภาชนะทองเหลืองหลายแบบ ภาชนะดินเผามากมาย เหรียญเงินเก่าแก่ของพ่อค้าชาวดัตช์ หินทรายรูปทรงเหลี่ยมแบบต่างๆ 137 ชิ้น และโบราณวัตถุอีกมากมายในระวางสินค้า นอกจากนี้ยังพบคำเรียกหน่วยเงินอันเป็นต้นแบบของ 'dollar' ว่า 'thaler'

หลักฐานโบราณคดีเหล่านี้นำไปเสริมข้อมูลจากเอกสารประวัติศาสตร์ว่าด้วยการพาณิชย์นาวีโบราณ เช่นเดียวกับแหล่งเรือจมแห่งอื่นๆ และเป็นเนื้อหานำไปสู่การจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางทะเลในที่สุด

Australian National Maritime Museum เปิดบริการตั้งแต่เวลา 9.30 น.-17.00 น. (เปิดถึง 18.00 น. ช่วงเดือนมกราคม) ตั้งอยู่ริมอ่าวซิดนีย์ บนถนนดาร์ลิง ฮาร์เบอร์ เชิงสะพานเพียร์มอนท์ (สะพานคนเดินที่มีรถไฟฟ้ารางเดียว Monorail ข้ามผ่าน) หรือเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.anmm.gov.au

ภาพ : ยุวดี มณีกุล


มารีนเนอร์ไทยดอทคอม | MarinerThai.Com

 

จำนวนผู้เข้าชมหน้านี้   2338

 Disclaimed: มารีนเนอร์ไทยดอทคอม ขอสงวนสิทธิ์ในการรับรองความถูกต้องในบทความ ข้อมูล เนื้อหา ภายในเว็บไซด์ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล ภาพ เสียง ซอฟแวร์ การเชื่อมโยง(ลิงค์) และ/หรือ บริการอื่นๆ และจะไม่รับผิดชอบในความผิดพลาดในการใช้เนื้อหาดังกล่าวข้างต้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางด้าน การค้า การกระทำ การคาดการณ์ พยากรณ์ การวิจัย และอื่นๆ ซึ่งเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลเฉพาะของท่านผู้เขียนแต่ละรายไป ตลอดจนข้อกำหนดทางด้านลิขสิทธิ์ กรณีที่ท่านส่งบทความที่มิได้ขออนุญาตต่อผู้ครองสิทธิ์แท้จริงนำมาลงไว้ภายในเว็บไซด์นี้

 

 
 

 

 

นิทานชาวเรือ นิทานชาวเรือ

หน้าแรกก | เว็บบอร์ดชาวเรือ | สารบัญเว็บไซด์ชาวเรือ | สมุดภาพเรือเดินทะเล | สนับสนุนเว็บเรา | ติดต่อเรา

© 2002 Mariner Thai Dot Com Mariner Thai Dot Net. All rights reserved - Web designed by .<nv>.

 MarinerThai.Com | MarinerThai.Net | MarinerThai.Org

Contact webmaster: | Organizer : CKN - Cyber Ket Network