Menuleft - MarinerThai.Net

หน้าแรก

เว็บบอร์ดชาวเรือ

สารบัญเว็บไซด์ชาวเรือ

เอกสารน่าอ่านไทย

เอกสารน่าอ่านอังกฤษ

สาระไอทีชาวเรือ

แหล่งคนหางานเรือไทย

บทความจากสมาชิก

นิทานชาวเรือ

คนเรือหัวหมอ

คู่มือปฏิบัติงานเรือ

ระบบสื่อสาร-เดินเรือ

พจนานุกรมศัพท์ทางเรือ

ความหมายคำย่อทางเรือ

ข่าวอัพเดทรายวัน

ข่าวสดราคาน้ำมันโลก

รวมข่าวโจรสลัด

รวมข่าวอุบัติเหตุทางเรือ

สนับสนุนเว็บเรา

สถิติผู้เข้าชมเว็บนี้

ติดต่อเรา

เปิดเว็บ 1 ตุลาคม 2545

 

ขณะนี้เวลา | Your Time
10:46:33

Nathalin Group

MarinerThai 2004

TOP Enginerring Group

MSC - Marine Survitec Company

 

 
 
 

 

 

Advertising in marinerthai.net

Advertising in marinerthai.net Advertising in MarinerThai.Com

ย้อนรอยสายราชสกุล... ในพระบรมราชจักรีวงศ์

ย้อนรอยสายราชสกุล... ในพระบรมราชจักรีวงศ์


โดย ผู้จัดการรายวัน วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2551

เรื่อง: สุขภาษิตา ภิบาลญาติ และศศิวิมล แถวเพชร

ในวันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ นี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สมาชิกราชสกุลทุกมหาสาขา และราชนิกุล ในพระบรมราชจักรีวงศ์ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญพระกุศลถวายพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ซึ่งไม่บ่อยนักที่จะมีพระญาติจาก 131 ราชสกุลแห่งราชวงศ์จักรีมารวมกัน ครั้งนี้ถือเป็นการแสดงถึงความผูกพันใกล้ชิดของราชสกุลวงศ์ ผู้สืบเชื้อสายจากพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี

* ปฐมบทของราชสกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์

กิตติพงษ์ วิโรจน์ธรรมากูร เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องราวประวัติศาสตร์และราชวงศ์ไทย ซึ่งมีผลงานด้านหนังสือออกมาเป็นจำนวนมาก และกิตติพงษ์ ได้เคยรวบรวมการสืบเชื้อสายราชสกุลวงศ์แห่งราชวงศ์จักรี ออกมาเป็นหนังสือ 2 เล่มคือ “ย้อนรอยราชสกุลวงศ์-วังหลวง” และ “ย้อนรอยราชสกุลวงศ์-วังหน้า,วังหลัง” ซึ่งเขาได้สืบย้อนลำดับการสืบเชื้อสายราชสกุลวงศ์ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งนับได้ 131 ราชสกุล

กิตติพงษ์ กล่าวว่าแต่เดิมนั้นคนไทยมีแต่ชื่อตัว ยังไม่มีนามสกุลใช้ หากเป็นชาวบ้านทั่วไปก็มักจะใช้ชื่อที่เป็นพยางค์เดียวสั้นๆ หรือใครที่เป็นขุนนางก็จะมีบรรดาศักดิ์ยืดยาว และต้องใส่ชื่อตัวไว้ในวงเล็บท้ายนามบรรดาศักดิ์นั้น เพื่อให้รู้ว่าเป็นใคร ส่วนบรรดาสร้อยพระนามพระราชวงศ์ ก็ล้วนแต่มีสร้อยพระนามสั้นยาวต่างกันไป ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่มีนามสกุลใช้เช่นกัน

ซึ่งถ้าเป็นเจ้านายชั้นหม่อมเจ้าที่มีพระบิดาทรงพระยศเป็นถึงชั้นเจ้าฟ้า ชั้นพระองค์เจ้า หรือเป็นเจ้านายที่ทรงกรม ก็จะใช้การเอ่ยพระนามว่าหม่อมเจ้า....ในสมเด็จเจ้าฟ้า,หม่อมเจ้า...ในพระองค์เจ้า หรือ หม่อมเจ้า...ในกรม เพื่อให้รู้ว่าทรงเป็นธิดา หรือโอรสของเจ้านายพระองค์ใดเท่านั้น

จนเมื่อ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ ๖) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตรา พ.ร.บ. ขนานนามสกุลขึ้นเป็นครั้งแรกของสยาม เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2461 นับจากนั้นคนไทยทุกคนจึงมีนามสกุลใช้กันทั่วไป เฉพาะล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖ ทรงพระราชทานนามสกุลแก่ผู้มาร้องขอทั้งสิ้นประมาณ 6,500 นามสกุล

ภายหลังทรงตรา พ.ร.บ. นามสกุลขึ้นแล้ว ไม่เพียงแต่ชาวบ้านเท่านั้น ที่เริ่มมีนามสกุลของตัวเอง สำหรับราชสกุลวงศ์ในพระราชวงศ์จักรีก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำว่า “ณ กรุงเทพ” ให้ทุกราชสกุลใช้ต่อท้ายนามราชสกุลของเหล่าเชื้อพระวงศ์ที่เป็นชั้นลูกหลานหม่อมหลวงสืบต่อลงมา ถือเป็นการพระราชทานนามสกุลให้บรรดาสายราชสกุลต่างๆ ย้อนหลังจนถึงรัชกาลของพระองค์

ต่อมาวันที่ 6 เม.ย.2468 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้คำว่า “ณ อยุธยา” แทน “ณ กรุงเทพ” ด้วยเหตุผลว่า องค์ปฐมพระบรมราชจักรีวงศ์นี้ คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ทรงสืบเชื้อสายมาจากสกุลใหญ่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี จึงใช้ “ณ อยุธยา” สืบทอดกันมาตามพระราชบัญญัตินับแต่นั้นเรื่อยมา

สิริรวมราชสกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ตั้งแต่ รัชกาลที่ ๑ - รัชกาลปัจจุบัน ทั้งสายวังหลวง วังหน้า และวังหลัง มีทั้งสิ้น 131 ราชสกุล โดยตามพระราชบัญญัติของ รัชกาลที่ ๖...

* พระปฐมบรมราชจักรีวงศ์

กิตติพงษ์ศึกษาย้อนหลังราชวงศ์จักรี โดยต้นราชวงศ์รัชกาลที่ 1 ทรงสืบเชื้อสายมาจากเจ้าพระยามหาโกษาบดี(ปาน) อดีตเสนาบดีว่าการกระทรวงต่างประเทศในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ผู้เป็นบุตรชายของเจ้าแม่วัดดุสิต (พระนมเอกผู้อภิบาลสมเด็จพระนารายณ์ เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ ที่ต่อมาเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเจ้าแม่วัดดุสิตขึ้นเป็นพระองค์เจ้า ด้วยทรงเคารพเสมือนหนึ่งพระราชมารดา)

โดย สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกนาถ (ทองดี) ทรงมีพระโอรสธิดาทั้งสิ้น 7 พระองค์ (พระโอรส 4 พระธิดา 3) ซึ่งนับเป็นชั้นที่ 1 ในพระปฐมวงศ์ หลังจากที่ รัชกาลที่ 1 ทรงปราบดาภิเษก ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกแห่งราชวงศ์จักรี ซึ่งได้ทรงโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระชนก ทรงเฉลิมพระยศเป็น “สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกนาถ” พร้อมทั้งทรงสถาปนาพี่น้องทั้ง 7 พระองค์ขึ้นเป็นพระราชวงศ์ด้วย ดังรายนามต่อไปนี้

1. สมเด็จเจ้าฟ้าหญิง กรมพระเทพสุดาวดี (สา)

2. สมเด็จพระเจ้ารามณรงค์ (ไม่ปรากฏพระนามเดิม)

3. สมเด็จเจ้าฟ้าหญิง กรมพระศรีสุดารักษ์ (แก้ว)

4. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

5. สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล (บุญมา)

6. ทรงหลวงนรินทรเทวี(พระองค์เจ้าหญิงกุ)

7. สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงจักรเจษฎา(ลา)

กิตติพงษ์ ขยายความว่า สำหรับเจ้านาย 5 พระองค์แรก ประสูติจากอัครมเหสี (หยก ) ส่วนอีก 2 พระองค์ประสูติจากพระน้องนางของพระอัครมเหสี (หยก) ซึ่งต่อมาพระปฐมวงศ์ในชั้นที่ 1 นี้ มีสายราชสกุลสืบต่อมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ทั้งหมด 6 สายสกุล

นรินทรกุล องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงนรินทรเทวี(พระองค์เจ้าหญิงกุ) พระเจ้าน้องนางเธอใน รัชกาลที่ 1

เจษฎางกูร องค์ต้นราชสกุล คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงจักรเจษฎา

นรินทรางกูร องค์ต้นราชสกุล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงนรินทรรณเรศ พระนามเดิม(ทองจีน) ทรงเป็นโอรสองค์ที่ 3 ในสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระเทพสุดาวดี(พระพี่นางองค์ใหญ่ รัชกาลที่ 1)

เทพหัสดิน ณ อยุธยา องค์ต้นราชสกุล คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์ มีพระนามเดิม “ตัน” ทรงเป็นพระโอรสองค์ที่ 1 ในสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์(พระพี่นางองค์น้อยในรัชกาลที่ 1) กับเจ้าขรัวเงิน

มนตรีกุล องค์ต้นราชสกุล คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี มีพระนามเดิม “จุ้ย” ทรงเป็นพระโอรสองค์ที่ 5 ในสมเด็จฯ เจ้าฟ้าศรีสุดารักษ์กับเจ้าขรัวเงิน

อิศรางกูร องค์ต้นราชสกุล คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศรานุรักษ์ มีพระนามเดิม “เกศ” ทรงเป็นพระโอรสองค์ที่ 6 ในสมเด็จฯ เจ้าฟ้าศรีสุดารักษ์กับเจ้าขรัวเงิน

* สายราชสกุลวงศ์ในรัชกาลที่ 1

สำหรับรัชกาลที่ 1 ซึ่งมีพระนามเดิมว่า “ทองด้วง” หลังจากขึ้นครองราชย์เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2325 ทรงมีพระราชโอรส 17 พระองค์ พระราชธิดา 25 พระองค์ รวมทั้งสิ้น 42 พระองค์ และทรงมีพระราชทายาทสืบราชสกุลรวมทั้งสิ้น 8 ราชสกุล ดังนี้

อินทรางกูร องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นอินทรพิพิธมีพระนามเดิมว่า “ พระองค์เจ้าทับทิม” ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 12 ในเจ้าจอมมารดาจันทา

ทัพพะกุล องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นจิตรภักดี มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าทับ” ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 18 ในเจ้าจอมมารดาน้อย

สุริยกุล องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระรามอิศเรศ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าสุริยา” ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 22 และที่ 1ในเจ้าจอมมารดาเพ็งใหญ่

ฉัตรกุล องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นสุรินทรรักษ์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าฉัตร” ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 29 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาตานี

พึ่งบุญ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมรักษ์รณเรศ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าไกรสร” ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 33 ในเจ้าจอมมารดาน้อยแก้ว

ดารากร องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นศรีสุเทพ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าดารากร” ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 34 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาเพ็งใหญ่

ดวงจักร องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นณรงค์หริรักษ์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าดวงจักร” ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 35 ในเจ้าจอมมารดาปาน

สุทัศน์ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นไกรสรวิชิต มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าสุทัศน์” ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 40 ในเจ้าจอมมารดากลิ่น

* ราชสกุลวงศ์ สายวังหน้า-วังหลัง ในรัชกาลที่ 1

ไม่เพียงแต่ราชสกุลผู้สืบเชื้อสายจากวังหลวงเท่านั้น เมื่อเข้าสู่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ทันทีที่รัชกาลที่ 1 ทรงปราบดาภิเษกเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ยังปรากฏว่าทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวังหลวงกับวังหน้าขึ้นพร้อมๆ กัน เสมือนเป็นวังพี่วังน้อง ตามราชประเพณีที่สืบต่อกันมา และโปรดฯ ให้สถาปนา สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าพระยาสุรสีห์พิษณุวาธิราช หรือ พระยาเสือ ซึ่งมีพระนามเดิมว่า “บุญมา” ขึ้นเป็นพระมหาอุปราช ทรงเฉลิมพระยศให้เป็น “สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ดำรงตำแหน่งพระประมุขแห่งวังหน้า เช่นเดียวกับที่เคยมีมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา

กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ทรงมีพระราชโอรส 18 พระราชธิดา 25 รวมทั้งสิ้น 43 พระองค์และทรงมีพระราชทายาทสืบสายสกุลรวม 4 ราชสกุลโดยเรียงลำดับพระชันษา ดังนี้

อสุนี องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นเสนีเทพ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าชายอสุนี” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 8 และเป็นโอรสเพียงหนึ่งเดียวในเจ้าจอมมารดาขำ

สังขทัต องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมขุนนรานุชิต มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าชายสังกะทัต” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 21 และที่ 3 ในเจ้าจอมมารดาฉิม

ปัทมสิงห์ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายบัว (มิได้ทรงกรม) ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 26 ในเจ้าจอมมารดาศรี

นีรสิงห์ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายเณร (มิได้ทรงกรม) ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 41 ในเจ้าจอมมารดาไผ่

นอกจากนี้ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ กิตติพงษ์ กล่าวต่อว่า ในรัชกาลเดียวกัน ยังปรากฏว่ารัชกาลที่1 ทรงโปรดเกล้าฯ สถาปนา สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ พระโอรสองค์ใหญ่ในสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระเทพสุดาวดี (พระเจ้าพี่นางเธอพระองค์ใหญ่กับพระอินทรรักษา(เสม) หรือ หม่อมเสม) ซึ่งมีพระนามเดิมว่า “ทองอิน” ให้ทรงดำรงตำแหน่ง “กรมพระราชวังบวรสถานภิมุข” หรือ “กรมพระราชวังหลัง” เสด็จดำรงพระเกียรติยศในตำแหน่งได้ 21 ปี และทรงเป็นกรมพระราชวังหลังพระองค์สุดท้ายแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เนื่องจากในภายหลังมิได้ทรงโปรดฯ แต่งตั้งเจ้านายพระองค์ใดขึ้นมาดำรงตำแหน่งอีกเลย จึงถือได้ว่าเป็นการยกเลิกวังหลังไปโดยปริยาย

สำหรับ กรมพระราชวังบวรสถานภิมุขพระองค์นี้ ทรงมีพระราชโอรส-พระราชธิดา รวมทั้งสิ้น 35 พระองค์ และทรงมีพระราชทายาทสืบสายสกุล รวม 2 ราชสกุล ดังนี้

ปาลกะวงศ์ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราเทเวศร์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าชายทองปาน” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 1 ในกรมพระราชวังบวรสถานภิมุขกับพระอัครชายาเจ้าครอกทองอยู่

เสนีวงศ์ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหลวงเสนีบริรักษ์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าชายแตงโม” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 4 ในกรมพระราชวังบวรสถานภิมุขกับพระอัครชายาเจ้าครอกทองอยู่

* สายราชสกุลในรัชกาลที่ 2

รัชกาลที่ 2 ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 4 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี มีพระนามเดิมว่า “ฉิม” ครั้นเมื่อพระบรมราชชนกเสด็จขึ้นเสวยราชย์ในปี 2325 ทรงได้รับโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จเจ้าฟ้า กรมหลวงอิศรสุนทร

ในช่วงปลาย รัชกาลที่ 1 ทรงได้รับโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระมหาอุปราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ต่อมาเมื่อสมเด็จพระบรมราชชนกเสด็จสวรรคต จึงได้เสด็จสืบราชสมบัติเป็นกษัตริย์พระองค์ที่ 2 แห่งราชจักรีวงศ์ ทรงสืบทอดราชบัลลังก์รวม 15 ปี พระองค์ทรงมีพระราชโอรส 28 พระองค์ พระราชธิดา 35 พระองค์ ทรงมีพระราชทายาทสืบสกุลรวมทั้งสิ้น 20 สายสกุล ดังรายพระนาม ดังนี้

อาภรณกุล องค์ต้นราชสกุล คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอาภรณ์ (มิได้ทรงกรม) ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 60 และที่ 1 ในสมเด็จเจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี

มาลากุล องค์ต้นราชสกุล คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาบำราบปรปักษ์ มีพระนามเดิมว่า “เจ้าฟ้าชายกลาง” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 65 และที่ 2 ในสมเด็จเจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี

กล้วยไม้ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นสุนทรธิบดี มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้ากล้วยไม้” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 8 และที่ 3ในพระเจ้าจอมมารดาสวน

กุสุมา องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นเสพสุนทร มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้ากุสุมา” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 13 ในพระเจ้าจอมมารดากรุด

เดชาติวงศ์ องค์ต้นราชสกุล คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้ามั่ง” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 15 และที่ 2 ในพระเจ้าจอมมารดานิ่ม

พนมวัน องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าพนมวัน” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 17 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาศิลา

กุญชร องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระพิทักษ์เทเวศร์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้ากุญชร” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 22 และที่ 3 ในเจ้าจอมมารดาศิลา

เรณุนันท์ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเรณู (มิได้ทรงกรม) ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 26 ในเจ้าจอมมารดาบุนนาค

นิยมิศร องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเนียม (มิได้ทรงกรม) ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 30 ในเจ้าจอมมารดาเหมใหญ่

ทินกร องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าทินกร” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 35 และที่ 4 ในเจ้าจอมมารดาศิลา

ไพฑูรย์ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นสนิทนเรนทร มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าไพฑูรย์” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 38 และที่ 1 ในเจ้าจอมมารดาทิม

มหากุล องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงมหิศวรินทรามเรศ ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 41 และที่ 1 ในเจ้าจอมมารดาเลี้ยง

วัชรีวงศ์ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระเทเวศร์วัชรินทร์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าชายกลาง” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 44 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาน้อยระนาด

ชุมแสง องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพศิลป์ปรีชา มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าชุมแสง” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 45 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาทิม

สนิทวงศ์ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้านวม” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 49 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาปรางใหญ่

มรกฎ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนสถิตย์สถาพร มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้ามรกฎ” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 51 ในเจ้าจอมมารดาทองดี

นิลรัตน์ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นอลงกฎกิจปรีชา มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้านิลรัตน์” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 57 ในเจ้าจอมมารดาพิม

อรุณวงษ์ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมวรศักดาพิศาล มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าอรุณวงษ์” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 58 ในเจ้าจอมมารดาเอม

กปิตถา องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูบาลบริรักษ์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้ากปิตถา” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 59 และที่ 1 ในเจ้าจอมมารดาอัมพา

ปราโมช องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนวรจักรธรานุภาพ ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 61 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาอัมพา มีพระอนุชาร่วมเจ้าจอม คือ องค์ต้นราชสกุล “ปราโมช”

ส่วนสายราชสกุล ผู้สืบเชื้อสายจาก สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ (วังหน้า) พระนามเดิมว่า “จุ้ย” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 7 ในรัชกาลที่ 1 และสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ผู้ทรงเป็นพระอนุชาร่วมพระบรมราชชนนีเดียวกับรัชกาลที่ 2 ซึ่งได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานอุปราชาภิเษกเป็นสมเด็จพระมหาอุปราช (วังหน้า) เมื่อพระชนมายุ 36 พรรษา

สมเด็จพระบรมราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ฯ เสด็จดำรงพระราชอิศริยยศเป็นพระมหาอุปราชรวม 8 ปี ทรงมีพระราชโอรส 23 พระองค์ พระราชธิดา 17 พระองค์ ทรงมีพระราชทายาทสืบสายสกุลรวม 10 ราชสกุล

บรรยงกะเสนา องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมขุนธิเบศร์บวร มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าประยงค์” ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 2 และที่ 1ในเจ้าจอมมารดาน่วม

อิศรเสนา องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นกษัตริย์ศรีศักดิเดช มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าพงศ์อิศเรศ” ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 8 และที่ 5ในเจ้าจอมมารดาสำลี

ภุมรินทร องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภุมริน (มิได้ทรงกรม) ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 11 และที่ 1 ในเจ้าจอมมารดาทรัพย์

พยัคฆเสนา องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเสือ(มิได้ทรงกรม) ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 16 และที่ 4 ในเจ้าจอมมารดาน่วม

รังสิเสนา องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าใย (มิได้ทรงกรม) ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 17 และที่ 1 ในเจ้าจอมมารดาศิลา

สหาวุธ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชุมแสง(มิได้ทรงกรม) ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 27 ในเจ้าจอมมารดาเล็ก

ยุคันธร องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอนันตการฤทธิ์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าพงศ์ยุคันธร” ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 32 และที่ 3 ในเจ้าจอมมารดาน้อยเล็ก

สีสังข์ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสีสังข์ (มิได้ทรงกรม) ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 33 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาเอี่ยม

รัชนิกร องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารัชนิกร(มิได้ทรงกรม) ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 35 ในเจ้าจอมมารดาน่วม

รองทรง องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นสิทธิสุขุมการ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้ารองทรง” ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 38 ในเจ้าจอมมารดาภู่ (อิเหนา)

* สายราชสกุลในรัชกาลที่ 3

เมื่อสมเด็จพระบรมราชชนกสวรรคต บรรดาเจ้านายและขุนนางชั้นผู้ใหญ่จึงได้อัญเชิญ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนามเดิม “ทับ” ผู้ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย กับเจ้าจอมมารดาเรียม (ภายหลังได้รับโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระศรีสุราลัย) เสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติในปี พ.ศ. 2367 และทรงดำรงสิริราชสมบัติ27 ปี ก่อนเสด็จสวรรคต ทรงมีพระราชโอรส 22 พระองค์พระราชธิดา 29 พระองค์ รวมทั้งสิ้น 51 พระองค์

สำหรับรัชกาลนี้ กิตติพงษ์ กล่าวว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าบรรดาพระราชโอรส-ธิดาทุกพระองค์ ล้วนมีพระอิสริยศักดิ์เป็น “พระองค์เจ้า” ทั้งสิ้น ส่วนสาเหตุเหตุที่มิได้มีพระอิสริยศักดิ์เป็น “เจ้าฟ้า” แม้แต่พระองค์เดียวและมิได้ทรงสถาปนาพระสนมขึ้นเป็นพระอัครมเหสีเช่นกัน เพราะมิได้ทรงปรารถนาที่จะให้พระราชโอรสขึ้นเป็นกษัตริย์ เนื่องจากทรงมีพระราชประสงค์จะมอบราชสมบัติให้แก่สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามงกุฎ(รัชกาลที่ 4) แต่เพียงพระองค์เดียว และราชสกุลของพระองค์ที่สืบต่อมาถึงรัชกาลปัจจุบัน มีทั้งสิ้น 13 ราชสกุล ดังนี้

ศิริวงษ์ องค์ต้นราชสกุล คือ สมเด็จพระบรมราชมาตามหัยกาเธอ กรมหมื่นมาตยาพิทักษ์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าศิริวงษ์” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ และที่ 1 ในเจ้าจอมมารดาทรัพย์

โกเมน องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าพระบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นเชษฐาธิเบนทร์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าโกเมน” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 11 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาเฟื่อง

คเนจร องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าพระบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นอมเรนทรบดินทร์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าคเนจร” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 12 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาน้อยเมือง

งอนรถ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าพระบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้างอนรถ(มิได้ทรงกรม) ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 14 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาจาด

ลดาวัลย์ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าพระบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูมินทรภักดี มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าลดาวัลย์” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 15 ในเจ้าจอมมารดาเอมน้อย

ชุมสาย องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าพระบรมวงศ์เธอ กรมขุนราชสีหวิกรม มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าชุมสาย” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 21 ในเจ้าจอมมารดาเอมใหญ่

ปิยากร องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าพระบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเปียก (มิได้ทรงกรม) ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 27 ในเจ้าจอมมารดาเหม็น

อุไรพงศ์ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นอดุลยลักษณสมบัติ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าอุไร” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 29 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาเขียว

อรณพ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าพระบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นอุดมรัตนราษี มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าอรณพ” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 32 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาพึ่ง

ลำยอง องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าพระบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าลำยอง (มิได้ทรงกรม) ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 39 ในเจ้าจอมมารดาวัน

สุบรรณ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าพระบรมวงศ์เธอ กรมขุนภูวนัยนฤเบนนราธิบาล มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าสุบรรณ” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 46ในเจ้าจอมมารดาขำ

สิงหรา องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าพระบรมวงศ์เธอ กรมหลวงบดินทรไพศาลโสภณ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าสิงหรา” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 48 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาคล้าย

ชมพูนุท องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าพระบรมวงศ์เธอ กรมขุนเจริญผลพูลสวัสดิ์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าชมพูนุท” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 49 ในเจ้าจอมมารดาสัมฤทธิ์

สำหรับกรมพระราชวังหน้าในสมัย รัชกาลที่ 3 คือ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิ์พลเสพกรมพระราชวังบวรสถานมงคล มีพระนามเดิม “พระองค์เจ้าอรุโณทัย” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 17 ในรักาลที่ 1 และเจ้าจอมมารดานุ้ยใหญ่ ทรงได้รับการโปรดเกล้าฯ จากรัชกาลที่ 2 ให้เป็นแม่ทัพยกกำลังไปสกัดข้าศึกที่เมืองเพชรบุรี พร้อมกับกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ (รัชกาลที่ 3) ที่ขณะนั้นทรงตั้งทัพทางด่านเมืองราชบุรีและกาญจนบุรี

เมื่อถึงสมัย รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งพระมหาอุปราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ทรงประทับที่วังหน้าตลอดพระชนม์ชีพ จนพระชนมายุ 48 พรรษา ทรงมีพระราชโอรส 14 พระองค์ พระราชธิดา 6 พระองค์ และทรงมีพระราชทายาทสืบสายสกุลรวม 5 ราชสกุล ดังนี้

กำภู องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากำภู (มิได้ทรงกรม) ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 6 ในเจ้าจอมมารดาคำ

เกสรา องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอานุภาพพิศาลศักดิ์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าเกสรา” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 9 ในเจ้าจอมมารดาคุ้มเล็ก

อิศรศักดิ์ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอิศราพงษ์ (มิได้ทรงกรม) ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 12 ในพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดาราวดี ซึ่งเป็นพระราชธิดาในกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท

อนุชะศักดิ์ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้านุช (มิได้ทรงกรม) ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 14 และที่ 3 ในเจ้าจอมมารดาเฟือง

นันทิศักดิ์ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเริงคนอง (มิได้ทรงกรม) ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 18 ในเจ้าจอมมารดาเอม

ช่วงเวลา 226 ปีที่ผ่านมา ราชวงศ์จักรีเสด็จขึ้นครองราชสมบัติมาถึง 9 รัชกาล มีราชสกุลวงศ์สืบสายมาถึง 131 ราชสกุล ซึ่งในวันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่สมาชิกราชสกุลทั้งหมดจะมารวมกันในงานบำเพ็ญพระกุศลถวายพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ อันเป็นการแสดงถึงความผูกพันใกล้ชิดในวงศ์ที่สืบเชื้อสายจากต้นราชสกุลเดียวกัน มาร่วมย้อนรอยประวัติศาสตร์ราชสกุลราชวงศ์จักรี

**สายราชสกุลวังหน้าในรัชกาลที่ 3

สำหรับกรมพระราชวังหน้าในสมัย รัชกาลที่ 3 คือ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพกรมพระราชวังบวรสถานมงคล มีพระนามเดิม “พระองค์เจ้าอรุโณทัย” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 17 ในรัชกาลที่ 1 และเจ้าจอมมารดานุ้ยใหญ่ ในสมัยรัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าให้ดำรงตำแหน่งพระมหาอุปราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคล และประทับที่วังหน้าตลอดพระชนม์ชีพ ทรงมีพระราชโอรส 14 พระองค์ พระราชธิดา 6 พระองค์ และทรงมีพระราชทายาทสืบสายสกุลรวม 5 ราชสกุล ดังนี้

กำภู องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากำภู ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 6 ในเจ้าจอมมารดาคำ

เกสรา องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอานุภาพพิศาลศักดิ์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าเกสรา” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 9 ในเจ้าจอมมารดาคุ้มเล็ก

อิศรศักดิ์ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอิศราพงษ์ ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 12 ในพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดาราวดี

อนุชะศักดิ์ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้านุช ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 14 และที่ 3 ในเจ้าจอมมารดาเฟือง

นันทิศักดิ์ องค์ต้นราชสกุล คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเริงคนอง ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 18 ในเจ้าจอมมารดาเอม

**สายราชสกลุในรัชกาลที่ 4

ภายหลังการสวรรคตของรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นพระอนุชาจจึงสด็จเสวยราชสมบัติแทน มีพระนามเดิมว่า “สมเด็จเจ้าฟ้ามงกุฎ สมมุติเทวาวงศ์ พงศาอิศวรกระษัตริย์ ขัตติยราชกุมาร” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 43 ในรัชกาลที่ 2 กับสมเด็จพระศรีสุริเยนทรา พระบรมราชินี พระองค์จึงได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ ทรงเป็นกษัตริย์องค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์จักรี ก่อนเสด็จสวรรคต ทรงมีพระราชโอรส 39 พระองค์ และพระราชธิดา 43 พระองค์ ถือว่าเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่มีลูกเธอมากที่สุดในพระราชวงศ์จักรี โดยทรงมีพระราชโอรสสืบสายราชสกุลรวม 27 ราชสกุลดังนี้

จักรพันธุ์ องค์ต้นราชสกุลคือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระจักรพรรดิพงษ์ มีพระนามเดิมว่า “สมเด็จเจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 28 และที่ 3 ในสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี

ภาณุพันธุ์ องค์ต้นราชสกุลคือ จอมพล สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงษาภิมุข เจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงษ์วรเดช มีพระนามเดิมว่า “สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงษ์” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 45 และที่ 4 ในสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี

จิตรพงศ์ องค์ต้นราชสกุลคือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าจิตรเจริญ” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 62 และที่ 2 ในพระสัมพันธวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพรรณราย

นพวงษ์ องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นมเหศวรศิววิลาศ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้านพวงษ์” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 1 และที่ 1 ในเจ้าจอมมารดาน้อย

สุประดิษฐ์ องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นวิษณุนาถนิภาธร มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าสุประดิษฐ์” พระราชโอรสลำดับที่ 2 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาน้อย

กฤดากร องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร” พระราชโอรสลำดับที่ 17 ในเจ้าจอมมารดากลิ่น

คัคณางค์ องค์ต้นราชกสุลคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากร มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าคัดนางคยุคล” พระราชโอรสลำดับที่ 20 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาพึ่ง

ศุขสวัสดิ์ องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงอดิศรอุดมเดช มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าศุขสวัสดิ์” พระราชโอรสลำดับที่ 23 และที่ 3 ในเจ้าจอมมารดาจันทร์

ทวีวงศ์ องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าทวีถวัลยลาภ” พระราชโอรสลำดับที่ 24 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาตลับ

ทองใหญ่ องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่” พระราชโอรสลำดับที่ 25 และที่ 1 ในเจ้าจอมมารดาสังวาลย์

เกษมสันต์ องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพรหมวรานุรักษ์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าเกษมสันต์โสภาคย์” พระราชโอรสลำดับที่ 26 และที่ 3 ในเจ้าจอมมารดาแพ

กมลาศน์ องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นราชศักดิ์สโมสร มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้ากมลาสเลอสรรค์” พระราชโอรสลำดับที่ 27 และที่ 4 ในเจ้าจอมมารดาเที่ยง

เกษมศรี องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นทิวากรวงษ์ประวัติ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าเกษมศรีศุภโยค” พระราชโอรสลำดับที่ 30 และที่ 4 ในเจ้าจอมมารดาจันทร์

ศรีธวัช องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมขุนสิริธัชสังกาศ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าศรีสิทธิธงไชย” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 33 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาบัว

ทองแถม องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพศาสตรศุภกิจ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าทองแถมธวัลยวงษ์” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 34 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาสังวาลย์

ชุมพล องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าชุมพลสมโภช” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 37 และที่ 3 ในเจ้าจอมมารดาพึ่ง

เทวกุล องค์ต้นราชสกุลคือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงษ์วโรปการ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าเทวัญอุไทยวงษ์” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 42 และที่ 2 ในสมเด็จพระปิยมาวดีศรีพัชรินทรมาตา (เจ้าคุณจอมมารดาเปี่ยม)

สวัสดิกุล องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระสมมติอมรพันธุ์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าสวัสดิประวัติ” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 49 ในเจ้าจอมมารดาหุ่น (ภายหลังได้รับโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นท้าวทรงกันดาล)

จันทรทัต องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นวิวิธวรรณปรีชา มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าจันทรทัตจุฑาธาร” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 51 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาโหมด

ชยางกูร องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นพงษาดิศรมหิป มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าไชยานุชิต”ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 54 และที่ 7 ในเจ้าจอมมารดาเที่ยง

วรวรรณ องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงษ์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าวรวรรณากร” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 56 ในเจ้าจอมมารดาเขียน

ดิศกุล องค์ต้นราชสกุลคือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชนุภาพ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 57 ในเจ้าจอมมารดาชุ่ม

โศภางค์ องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีเสาวภางค์ พระราชโอรสลำดับที่ 59 ในเจ้าจอมมารดาเหม (ภายหลังได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นท้าวสมศักดิ์)

โสณกุล องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมขุนพิทยลาภพฤฒิธาดา มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าโสณบัณฑิต” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 61 ในเจ้าจอมมารดาวาด (ภายหลังได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นท้าววรจันทร์)

วัฒนวงศ์ องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมขุนมรุพงษ์สิริพัฒน์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 63 แลที่ 4 ในเจ้าจอมมารดาบัว

สวัสดิวัตน์ องค์ต้นราชสกุลคือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 75 และที่ 6 ในสมเด็จพระปิยมาวดีศรีพัชรินทรมาตา (เจ้าคุณจอมมารดาเปี่ยม)

ไชยันต์ องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าไชยันตมงคล” ทรงเป็นพระราชโอรสองค์สุดท้ายลำดับที่ 76 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาห่วง

**สายราชสกุลวงศ์วังหน้าในรัชกาลที่ 4

ส่วนสายราชสกุลที่สืบเชื้อสายในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมพระราชวังบวรสถานมงคง (วังหน้า) นั้นกิตติพงษ์ วิโรจน์ธรรมากูรอธิบายว่า พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระนามเดิมว่า “สมเด็จเจ้าฟ้าจุฑามณี” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 50 ในรัชกาลที่ 2 และที่ 3 ในสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี อีกทั้งยังทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราชร่วมพระบรมราชชนนีในรัชกาลที่ 4 อีกด้วย

เมื่อรัชกาลที่ 4 ได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติแล้ว จึงทรงโปรดเกล้าฯสถาปนาสมเด็จพระอนุชาธิราชฯ ขึ้นเป็นพระมหาอุปราชโดยทรงเฉลิมพระเกียรติยศเสมอเหมือนพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ที่ 2 ดังปรากฏพระนามในแผ่นสุพรรณบัฏว่า “พระบาทสมเด็จพระปวเรนทราเมศวร์ มหิศเรศรังสรรค์ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว” และได้เสด็จดำรงสิริราชาสมบัติรวมระยะเวลา 15 ปี ทรงมีพระราชโอรส 29 พระองค์ และพระราชธิดา 29 พระองค์ ทรงมีพระราชทายาทสืบสายสกุลรวม 11 ราชสกุลดังนี้

สุธารส องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุธารส หรือที่บรรดาเจ้านายทั่วไปเอ่ยพระนามว่า “พระองค์วัน” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 10 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดากุหลาบ

วรรัตน์ องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิศาลบวรศักดิ์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าวรรัตน์” หรือ “พระองค์โตใหญ่” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 12 ในเจ้าจอมมารดารเกศ

ภาณุมาศ องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุมาศ ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 18 และที่ 1 ในเจ้าจอมมารดาเอี่ยม

หัสดินทร องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นบริรักษ์นรินทรฤทธิ์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าหัสดินทร์” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 19 และที่ 1 ในเจ้าจอมมารดาหนู

นวรัตน์ องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นสถิตธำรงสวัสดิ์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าเนาวรัตน์” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 20 และที่ 4 ในเจ้าคุณจอมมารดเอม

ยุคนธรานนท์ องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ายุคุนธร ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 23 ในเจาจอมมารดาแย้ม

โตษะณีย์ องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโตสินี ชาววังทั่วไปเรียกว่า “พระองค์โตเล็ก” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 34 และที่ 5 ในเจ้าจอมมารดากลีบ

นันทวัน องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้านันทวัน ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 36 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาหนู

พรหเมศ องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพรหเมศ ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 50 ในเจ้าจอมมารดาพรหมา

จรูญโรจน์ องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจรัสพรปฏิภาณ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าจรูญโรจน์เรืองศรี” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 53 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาช้อย

สายสนั่น องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสนั่น ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 55 ในเจ้าจอมมารดาอ่อน

**สายราชสกุลในรัชกาลที่ 5

เมื่อสมเด็จพระบรมราชชนกเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนามเดิมว่า “สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์” พระราชโอรสลำดับที่ 9 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และที่ 1 ในสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี จึงเสด็จขึ้นเสวยราชย์เป็นกษัตริย์องค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงมีพระราชโอรส 32 พระองค์ และพระราชธิดา 44 พระองค์ และที่ได้รับพระราชทานนามสกุลแล้วมีทั้งสิ้น 15 ราชสกุลดังนี้

บริพัตร องค์ต้นราชสกุลคือ จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต มีพระนามเดิมว่า “สมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์”ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 33 และที่ 2 ในสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมมาลมารศรี พระอัครราชเทวี

จักรพงษ์ องค์ต้นราชสกุลคือ จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ มีพระนามเดิมว่า “สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 40 และที่ 4 ในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถฯ

มหิดล องค์ต้นราชสกุลคือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก มีพระนามเดิมว่า “สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 69 และที่ 7 ในสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี

จุฑาธุช องค์ต้นราชสกุลคือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย มีพระนามเดิมว่า “สมเด็จเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 72 และที่ 8ในสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ

ยุคล องค์ต้นราชสกุลคือ นายพลโท สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้ายุคลทิฆัมพร” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 41 และที่ 1 ในพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏฯ

กิติยากร องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทรบุรีนฤนาถ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์” พระราชโอรสลำดับที่ 12 ในเจ้าจอมมารดาอ่วม

รพีพัฒน์ องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์” พระราชโอรสลำดับที่ 14 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาตลับ

ประวิตร องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงปราจิณกิติบดี มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าประวิตรวัฒโนดม” พระราชโอรสลำดับที่ 15 ในเจ้าจอมมารดาแช่ม

จิรประวัติ องค์ต้นราชสกุลคือ จอมพลพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช” พระราชโอรสลำดับที่ 17 และที่ 1 ในเจ้าจอมมารดาทับทิม

อาภากร องค์ต้นราชสกุลคือ นายพล.ร.อ.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงษ์” พระราชโอรสลำดับที่ 28 และที่ 1 ในเจ้าจอมมารดาโหมด

ฉัตรชัย องค์ต้นราชสกุลคือ นายพลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 35 ในเจ้าจอมมารดาวาด

เพ็ญพัฒน์ องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงษ์” พระราชโอรสลำดับที่ 38 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดามรกฎ

วุฒิชัย องค์ต้นราชสกุลคือ นายพล.ร.อ.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าวุฒิไชยเฉลิมลาภ” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 42 และที่ 3 ในเจ้าจอมมารดาทับทิม

สุริยง องค์ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นไชยาศรีสุริโยภาส มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าสุริยงประยูรพันธุ์” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 46 และที่ 3 ในเจ้าจอมมารดาโหมด

รังสิต องค์ต้นราชสกุลคือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาไชยนาทนเรนทร มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 52 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดา ม.ร.ว.เนื่อง (สนิทวงศ์)

**สายราชสกุลวงศ์วังหน้า ในรัชกาลที่ 5

ส่วนผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากวังหน้า สมเด็จกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ หรือ “หม่อมเจ้ายอชวอชิงตัน” แต่บรรดาเจ้านายทั่วไปเอ่ยพระนามว่า “หม่อมเจ้ายอด” ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ใหญ่ลำดับที่ 3 ในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาเอม

กิตติพงษ์ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า สมเด็จกรมพระราชวังบรววิไชยชาญ ถือเป็นวังหน้าพระองค์สุดท้ายแห่งกรุงรัตนโกสินทร์...ทรงมีพระราชโอรส 16 พระองค์ และพระราชธิดา 13 พระองค์ ทรงมีพระราชทายาทสืบสายสกุลรวม 9 ราชสกุลดังนี้

วิไลยวงศ์ องค์ต้นราชสกุลคือ พระราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิไลยวรวิลาศ ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 4 ในเจ้าจอมมารดาเข็ม

กาญจนะวิชัย องค์ต้นราชสกุลคือ พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นชาญไชยบวรยศ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้ากาญจนโนภาสรัศมี” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 5 ในเจ้าจอมมารดาปริกเล็ก

กัลยาณะวงศ์ องค์ต้นราชสกุลคือ พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นกวีพจน์สุปรีชา มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้ากัลยาณประวัติ” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 9 ในเจ้าจอมมารดาเลี่ยมใหญ่

สุทัศนีย์ องค์ต้นราชสกุลคือ พระราชวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสุทัศนนิภาธร ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 14 ในเจ้าจอมมารดา ม.ล.นวม ปาลกะวงศ์

วรวุฒิ องค์ต้นราชสกุลคือ พระราชวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวรวุฒิอาภรณ์ราชกุมาร ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 15 ในเจ้าจอมมารดาป้อม

รุจวิชัย องค์ต้นราชสกุลคือ พระราชวรวงศ์เธอพระองค์เจ้ารุจาวรฉวี ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 19 ในเจ้าจอมมารดาสมบุญ

วิบูลยพรรณ องค์ต้นราชสกุลคือ พระราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิบูลยพรรณรังษี (มิได้ทรงกรม) ทรงพระราชโอรสลำดับที่ 21 ในเจ้าจอมมารดาเขียวเล็ก

รัชนี องค์ต้นราชสกุลคือ พระราชวรวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยาลงกรณ มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส” ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 22 และที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาเลี่ยมเล็ก

วิสุทธิ องค์ต้นราชสกุลคือ พระราชวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าบวรวิสุทธิ์ ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 27 ในเจ้าจอมมารดาสอาด

**สายราชสกุลในรัชากาลที่ 6

สำหรับสายราชสกุลในแผ่นดินของ พระบาทสมเด็จพระ มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว นั้นกิตติพงษ์ เล่าว่าเนื่องรัชกาลที่ 6 พระองค์ทรงมีพระมเหสีเทวีน้อย รวมทั้งสิ้น 3 พระองค์กับอีก 1 ท่าน แต่ไม่มีพระราชโอรสมาสืบเชื้อสายราชสกุล ทรงมีพระราชธิดา 1 พระองค์ที่ประสูติจากพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี คือ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ

**สายราชสกุลในรัชกาลที่ 7

เมื่อรัชกาลที่ 6 เสด็จสวรรคตแล้ว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นพระอนุชาทรงขึ้นครองราชย์ต่อมาเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงมีพระนามเดิมว่า “สมเด็จเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์” ทรงเป็นพระโอรสลำดับที่ 76 ในรัชกาลที่ 5 และพระองค์ที่ 8 ในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง

เป็นที่น่าเสียดายว่า พระองค์ไม่มีพระราชโอรส-ธิดา ไว้สืบราชสกุล แม้แต่พระองค์เดียว แต่ทรงมีพระราชโอรสบุญธรรมที่ทรงพระเมตตาขอ เรืออากาศโท พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจิรศักดิสุประภาต มีพระนามเดิมว่า “หม่อมเจ้าจิรศักดิสุประภาต” มาเลี้ยงดูตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่สายพระโลหิตก็ตาม แต่พระองค์ทรงรักมากดุจดังพระราชโอรส ถึงกับพระราชทานนามสกุลส่วนพระองค์ “ศักดิเดชน์” ร่วมกับราชสกุลเดิม “ภาณุพันธ์” เป็น “ศักดิเดชน์ ภาณุพันธ์”ให้กับพระราชโอรสบุญธรรม

เรืออากาศโท พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจิรศักดิสุประภาต เป็นพระโอรสในจอมพล สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงษ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงษ์วรเดช กับหม่อมเล็ก ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา และจึงถือได้ว่าพระองค์ทรงเป็นสายราชสกุลเพียงหนึ่งเดียวของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นองค์ต้นราชสกุล ศักดิเดชน์ ภาณุพันธ์ ด้วย

**สายราชสกุล รัชกาลที่  8 และ รัชกาลที่  9

ต่อมารัชกาลที่ 7 ทรงสละราชสมบัติ เมื่อวันที่ 7 มี.ค. พ.ศ.2477 สภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้นจึงมีมติให้อัญเชิญพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอานันทมหิดล (พระยศในขณะนั้น) ขึ้นครองราชย์สมบัติเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรีด้วยพระชนมายุเพียง 9 พรรษาเท่านั้น ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ทรงเป็นโอรสองค์ที่ 2 ของพระมหิตลาธิเบศอดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

รัชกาลที่ 8 เสด็จสวรรคตเมื่อพระชนม์ได้ 21 พรรษาและไม่ได้ทรงอภิเษกสมรสจึงไม่มีพระราชโอรสสืบสายสกุล

วันที่ 9 มิถุนายน 2489 สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระราชอนุชาธิราชได้เสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์ องค์ที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงมีพระราชโอรสและพระราชธิดา รวม 4 พระองค์ คือ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ , สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ฯ สยามมกุฎราชกุมาร , สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี , สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ

******************


มารีนเนอร์ไทยดอทคอม | MarinerThai.Com

 

จำนวนผู้เข้าชมหน้านี้   8033

 Disclaimed: มารีนเนอร์ไทยดอทคอม ขอสงวนสิทธิ์ในการรับรองความถูกต้องในบทความ ข้อมูล เนื้อหา ภายในเว็บไซด์ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล ภาพ เสียง ซอฟแวร์ การเชื่อมโยง(ลิงค์) และ/หรือ บริการอื่นๆ และจะไม่รับผิดชอบในความผิดพลาดในการใช้เนื้อหาดังกล่าวข้างต้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางด้าน การค้า การกระทำ การคาดการณ์ พยากรณ์ การวิจัย และอื่นๆ ซึ่งเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลเฉพาะของท่านผู้เขียนแต่ละรายไป ตลอดจนข้อกำหนดทางด้านลิขสิทธิ์ กรณีที่ท่านส่งบทความที่มิได้ขออนุญาตต่อผู้ครองสิทธิ์แท้จริงนำมาลงไว้ภายในเว็บไซด์นี้

 

 
 

 

 

TOP Engineering Group - UAV Thailand Photos from Mariner

หน้าแรกก | เว็บบอร์ดชาวเรือ | สารบัญเว็บไซด์ชาวเรือ | สมุดภาพเรือเดินทะเล | สนับสนุนเว็บเรา | ติดต่อเรา

© 2002 Mariner Thai Dot Com Mariner Thai Dot Net. All rights reserved - Web designed by .<nv>.

 MarinerThai.Com | MarinerThai.Net | MarinerThai.Org

Contact webmaster: | Organizer : CKN - Cyber Ket Network