ผู้เขียน หัวข้อ: AMA เผยปริมาณใช้เรือฟื้นแรงดันกำไรทั้งปีโต  (อ่าน 292 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ mrtnews

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,625
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • FB-MarinerThai.News
Tuesday September 15, 2020 11:00 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายพิศาล รัชกิจประการ กรรมการผู้จัดการ บมจ.อาม่า มารีน (AMA) เปิดเผยกับ"อินโฟเควสท์"ว่า บริษัทมั่นใจว่ากำไรสุทธิปี 63 จะดีกว่าระดับ 180.52 ล้านบาทในปีที่แล้ว แม้ในช่วงครึ่งปีแรกจะทำกำไรสุทธิได้เพียง 59.62 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 68.18 ล้านบาท แต่ผลประกอบการมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างมากในช่วงครึ่งปีหลังตามอัตราการใช้เรือฟื้นตัวกลับมาเป็นสูงกว่า 90% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรกที่เป็นช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้อัตราการใช้เรือต่ำกว่า 80% เพราะเมื่อหลายประเทศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ทำให้ปริมาณการใช้เรือกลับมาเพิ่มขึ้นทันที


"เราจะเห็นการฟื้นตัวมาตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2/63 แล้ว และในช่วงไตรมาส 3/63 จะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องด้วย ซึ่งจากที่เราดูทิศทาง 2 เดือนของไตรมาส 3 ที่ผ่านมากำไรสุทธิเราจะสูงกว่าครึ่งปีแรกที่ผ่านมาแน่นอน และในไตรมาส 4/63 ทั้งธุรกิจขนส่งทางเรือ และขนส่งทางรถ ก็จะเข้าช่วงไฮซีซั่นด้วย เชื่อว่าจะเข้ามาช่วยหนุนให้ทั้งปีกำไรสุทธิสูงกว่าปีก่อนได้ แม้ว่ารายได้อาจจะทรงตัวจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงทำให้ค่าขนส่งต้องลดลงตาม แต่ปริมาณการขนส่งทั้งทางเรือและทางรถในปีนี้จะสูงกว่าปีก่อนแน่นอน"นายพิศาล กล่าว

นายพิศาล กล่าวว่า สำหรับบริการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงโดยรถบรรทุกเป็นหลักนั้น แม้ว่าในช่วงไตรมาส 3/63 จะเป็นช่วงโลว์ซีซั่น แต่การที่ภาครัฐบาลประกาศให้ B10 ซึ่งมีน้ำมันไบโอดีเซล (B100) เป็นส่วนผสม 10% เป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐานแทน B7 ในสถานีบริการน้ำมันตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. รวมไปถึงรถบรรทุกขนาดใหญ่มีการใช้น้ำมัน B20 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะทำให้การใช้ไบโอดีเซลเติบโตได้อย่างต่อเนื่องด้วย ซึ่งส่งผลทำให้ปริมาณการขนส่งเพิ่มขึ้นด้วย ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้ลูกค้ารายใหม่ที่เข้ามาใช้บริการขนส่งไบโอดีเซล คือ บมจ.เอไอ เอนเนอร์จี (AIE) ซึ่งเป็นผู้ผลิตไบโอดีเซลรายใหญ่ รวมถึงยังคงหาลูกค้าใหม่ในกลุ่มดังกล่าวเข้ามาเพิ่มเติมด้วย

นอกจากนี้ จากการที่บริษัทได้รับการตรวจสอบการทำงานและมาตรฐานต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ได้รับการบรรจุชื่อในกลุ่มผู้ให้บริการขนส่งน้ำมันให้กับสถานีบริการน้ำมัน (ปั๊มน้ำมัน) ได้ทุกแห่ง จึงเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะทำให้บริษัทสามารถหาลูกค้ารายใหม่เพิ่มเติมจากที่มี บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) ซึ่งเป็นลูกค้าหลัก โดยจะเข้าประมูลงานขนส่งในปีหน้า และหากได้รับคัดเลือกก็คาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ในปี 65

นายพิศาล กล่าวว่า บริษัทยังเดินหน้าลงทุนขยายงานตามแผน โดยช่วงครึ่งปีแรกได้เพิ่มจำนวนกองรถบรรทุกไปแล้ว 35 คัน และในช่วงครึ่งปีหลังจะเพิ่มอีก 20 คัน เพื่อให้เพียงพอต่อการให้บริการลูกค้าหลักอย่าง PTG ที่การขนส่งน้ำมันมีการขยายตัวมาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการรองรับลูกค้ารายใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเพิ่มเติมด้วย


ส่วนแผนขยายงานด้วยการซื้อกิจการและควบรวมกิจการนั้น นายพิศาล เปิดเผยว่า บริษัทยังอยู่ระหว่างการเข้าไปตรวจสอบฐานะการเงินกลุ่มโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการขนส่งสินค้าในอุตสาหกรรมที่ไม่ซ้ำกับธุรกิจหลักของ AMA คาดว่ายังต้องใช้ระยะเวลาอีกราว 2-3 เดือนในการเข้าซื้อกิจการ โดยบริษัทคาดหวังให้ AMA เข้าไปถือหุ้นราว 70% "ก่อนหน้านี้เราได้มีการตรวจสอบไปแล้วเบื้องต้น แต่เราก็ได้ให้บริษัทที่ปรึกษาทางการเงินเข้าไปตรวจสอบอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าบริษัทนี้ดีจริง และหากตกลงราคาได้ในราคาที่เหมาะสมเราก็พร้อมที่จะเข้าซื้อ และเชื่อว่าจะเข้ามาหนุนรายได้ไปยังกลุ่มๆเพิ่มขึ้นไม่พึ่งพิงเพียงธุรกิจเดียว"นายพิศาล กล่าว

สำหรับราคาหุ้น AMA ที่ปรับตัวลดลงมาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมานั้น นายพิศาล กล่าวว่า ไม่ทราบสาเหตุ เพราะราคาลดลงทั้ง ๆ ที่ทิศทางผลประกอบการของบริษัทก็มีทิศทางที่ดีขึ้น และยังมีโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะมีความต้องการการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

อนึ่ง ราคาหุ้น AMA อยู่ในทิศทางขาลงต่อเนื่องจากระดับ 5.40 บาทเมื่อวันที่ 27 ก.ย.62 จนมาทำระดับต่ำสุดรอบเกือบ 4 เดือนในช่วงเช้าวันนี้ที่ 4.42 บาท ลดลง 0.04 บาท หรือ 0.90% เมื่อเวลา 10.57 น.

ที่มา Data & Images -