ผู้เขียน หัวข้อ: เมืองคานส์ของฝรั่งเศสจ่อแบนเรือสำราญที่ปล่อยมลพิษ  (อ่าน 199 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ mrtnews

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,589
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • FB-MarinerThai.News
เมืองคานส์ ซึ่งเป็นเมืองตากอากาศแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และเป็นท่าจอดเรือสำราญที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของฝรั่งเศส จะออกกฏห้ามไม่ให้เรือสำราญที่ปล่อยมลพิษเข้าจอดเทียบท่าตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป เพื่อปรับปรุงคุณภาพอากาศในเมือง


การห้ามจอดเรือดังกล่าวจะมุ่งเป้าหมายไปยังเรือที่ไม่เคารพกฏเกณฑ์ในการควบคุมปริมาณกำมะถันในเชื้อเพลิงให้อยู่ที่ 0.1% ซึ่งอาจทำให้ผู้โดยสารบางส่วนไม่สามารถขึ้นฝั่งที่เมืองที่มีชื่อเสียงในการจัดเทศกาลภาพยนตร์แห่งนี้

David Lisnard นายกเทศมนตรีเมืองคานส์กล่าวว่า นโยบายนี้ไม่ได้มีขึ้นเพื่อต่อต้านเรือสำราญ แต่มีขึ้นเพื่อการต่อต้านมลพิษ

ภายใต้นโยบายอากาศสะอาดของสหภาพยุโรป การควบคุมนี้มีผลบังคับใช้แล้วในทะเลบอลติกทะเลเหนือและท่าเรือลำเลียง และอาจขยายไปถึงทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอีกด้วย

Axel Friedrich นักวิเคราะห์มลพิษชาวเยอรมันกล่าวว่าเรือสำราญใช้น้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งมีซัลเฟอร์ออกไซด์มากกว่าน้ำมันดีเซลธรรมดาถึง 2,000 เท่า

David Lisnard นายกเทศมนตรีเมืองคานส์กล่าวอีกว่า เมืองคานส์จะไม่ต้อนรับผู้โดยสารที่มากับเรือสำราญที่ก่อมลพิษอีกต่อไป

การเติบโตแบบทวีคูณของอุตสาหกรรมเรือสำราญมักจะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อยู่อาศัยตามเมืองท่องเที่ยวต่างๆ อยู่เสมอ และอุตสาหกรรมนี้ยังเป็นภัยคุกคามต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นอีกด้วย


เมื่อสามเดือนที่แล้ว กลุ่มอนุรักษ์หลักของอิตาลีกล่าวว่าเมืองเวนิสควรอยู่ในบัญชีรายชื่อเมืองที่ตกอยู่ในอันตรายของสหประชาชาติ และควรห้ามเรือสำราญเข้าไปในทะเลสาบของเมืองที่มีสภาพเปราะบางเพื่อป้องกันภัยพิบัติทางระบบนิเวศที่จะเกิดขึ้นกับเมืองนี้

จากข้อมูลของสมาคม the Cruise Lines International Association (CLIA) คาดว่าผู้โดยสาร 30 ล้านคนจะล่องเรือเกือบ 300 ลำในปีนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 17.8 ล้านคนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

เมื่อเดือนกรกฎาคมบริษัทเรือสำราญ Norwegian Cruise Line Holdings ซึ่งมีสัดส่วนของการเดินเรือทางทะเลของเมืองคานส์ถึง 40% ได้ลงนามในข้อตกลง Cruise Charter กับเมืองคานส์ซึ่งสัญญาว่าจะทำให้เรือในบริษัทของตนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น



ที่มา Data & Images -

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=0iDQI-Jfad8" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=0iDQI-Jfad8</a>




..