ผู้เขียน หัวข้อ: TTA เห็นโอกาสเติบโตในธุรกิจหลักขนส่งสินค้าทางเรือและธุรกิจ F&B  (อ่าน 489 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ mrtnews

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,568
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • FB-MarinerThai.News
นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ หรือ TTA เปิดเผยว่า ผลประกอบการในไตรมาสแรกของปี 2562 ธุรกิจที่สร้างรายได้หลักให้กับ TTA อย่างธุรกิจขนส่งสินค้าทางเรือ ของ โทรีเซน ชิปปิ้ง มีอัตราค่าระวางเรือเทียบเท่า (TCE) สูงกว่าอัตราตลาดสุทธิถึงร้อยละ 20 เป็นผลมาจากการบริหารกองเรืออย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ โทรีเซน ชิปปิ้ง มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 1,700 ล้านบาท โตขึ้นร้อยละ 31 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน


ทั้งนี้ เพื่อรองรับความต้องการในตลาด โทรีเซน ชิปปิ้ง มีแผนซื้อเรือเพิ่ม 1-2 ลำ อายุเฉลี่ย 5-8 ปี คาดใช้เงินลงทุนราว 15-18 ล้านเหรียญสหรัฐต่อลำ (ประมาณ 500 ล้านบาทต่อลำ) คาดว่าผลประกอบการของธุรกิจขนส่งทางเรือในไตรมาสที่ 2-3/2562 จะเพิ่มขึ้นอีก

โทรีเซน ชิปปิ้ง ยังมองว่า กฎระเบียบว่าด้วยการลดการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ขององค์กรทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO2020) ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในปี 2563 นั้น จะส่งผลให้อุปทานในตลาดปรับตัวลดลง ทำให้ตลาดสินค้าแห้งเทกองในปีหน้ามีแนวโน้มปรับตัวสมดุลขึ้น

อีกหนึ่งธุรกิจที่สร้างรายได้หลักให้กับ TTA คือ ธุรกิจบริการนอกชายฝั่งของ เมอร์เมด มาริไทม์ หรือ เมอร์เมด ซึ่

ในปีนี้ฟื้นตัวดีขึ้น มี EBITDA กลับมาเป็นบวกอยู่ที่ 1.9 ล้านบาท เป็นผลมาจากอัตราการใช้ประโยชน์ของเรือเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 39 ในไตรมาส 1/2561 เป็นร้อยละ 60 ในไตรมาส 1/2562 ส่งผลให้ เมอร์เมด มีกำไรขั้นต้นในไตรมาสแรกปี 2562 นี้อยู่ที่ 99.3 ล้านบาท โตขึ้นร้อยละ 407 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะเดียวกัน ณ สิ้นไตรมาส 1/2562 เมอร์เมด ยังมีมูลค่าบริการที่รอส่งมอบอยู่ที่ 83 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือราว 2,650 ล้านบาท) และยังคงมุ่งมั่นรักษาฐานลูกค้าเดิมและมองหาตลาดใหม่ในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและแอฟริกาตะวันตก โดยเน้นการให้บริการ สำรวจ ซ่อมแซม และบำรุงรักษา (IRM) เป็นหลัก


นอกจากนี้ ในอุตสาหกรรมขุดเจาะนอกชายฝั่ง เรือขุดแบบสามขาลำหนึ่ง ของเมอร์เมด ยังได้รับการต่อสัญญาจากลูกค้ารายเดิมที่เป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติรายใหญ่ในภูมิภาคตะวันออกกลางไปจนถึงปี 2565 ส่วนเรือขุดเจาะอีกสองลำที่จะหมดสัญญาภายในปีนี้มีโอกาสที่จะได้รับการต่อสัญญาออกไปอีก 3 ปีเช่นกัน

นอกจากธรุกิจที่สร้างรายได้หลักให้กับบริษัทฯ ทั้งสองแล้ว TTA ยังได้ดำเนินกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงโดยการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ประกอบไปด้วยธุรกิจ อาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจการบริหารจัดการน้ำ และธุรกิจด้านโลจิสติกส์

ในปี 2560 TTA ได้เข้าถือหุ้นร้อยละ 70 ในบริษัท พีเอช แคปปิตอล จำกัด เพื่อบริหารแฟรนไชส์แบรนด์ พิซซ่า ฮัท เพียงรายเดียวในประเทศไทย และปัจจุบัน มีจำนวนสาขาทั้งหมด 141 สาขาทั่วประเทศไทย ต่อมา TTA ได้เข้าไปถือหุ้นร้อยละ 70 ในบริษัท สยาม ทาโก้ จำกัด เพื่อบริหารร้าน ทาโก้ เบลล์ ซึ่งเป็นเชนร้านอาหารกึ่งเม็กซิกันสไตล์ชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา ตั้งเป้าขยายให้ได้ 40 สาขาภายในปี 2565 โดยเปิดให้บริการแล้ว 2 สาขา คือ สาขาแรกที่ศูนย์การค้า เดอะ เมอร์คิวรี่ วิลล์ แอท ชิดลม และที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน



ที่มา Data & Images - efinancethai.com




..