ผู้เขียน หัวข้อ: VL เตรียมขาย IPO 280 ล้านหุ้น เล็งเทรดตลาด mai ระดมทุนขยายกองเรือ  (อ่าน 584 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ mrtnews

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,485
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • FB-MarinerThai.News
“วี.แอล.เอ็นเตอร์ไพรส์” หรือ VL ผู้ให้บริการขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ทางทะเล เตรียมขาย IPO 280 ล้านหุ้น เล็งเทรดตลาด mai หวังระดม


นายเอกจักร บัวหภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัท วี.แอล. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ VL เปิดเผยว่า ในขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมในการเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)

โดยก่อนหน้านี้บริษัทได้มีการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ของบริษัท วี.แอล. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ VL ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ไปแล้ว เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก หรือ IPO จำนวน 280 ล้านหุ้น

แบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดย VL จำนวน 200 ล้านหุ้น คิดเป็น 25% และหุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยผู้ถือหุ้นเดิม คือ นางชุติภา กลิ่นสุวรรณ จำนวน 80 ล้านหุ้น คิดเป็น 10% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนในครั้งนี้

สำหรับแผนการระดมทุนในการเสนอขายหุ้นไอพีโอในครั้งนี้ เพื่อลงทุนขยายกองเรือ โดยการลงทุนซื้อเรือดังกล่าวคาดว่าจะเป็นการต่อเรือใหม่ หรือการซื้อเรือมือสองเพื่อนำมาให้บริการ อย่างไรก็ตามยังต้องพิจารณาสถานการณ์ และสภาวะตลาดในขณะนั้นควบคู่ไปด้วย เพื่อเพิ่มปริมาณการขนส่งรวมต่อปีทั้งจากการเพิ่มปริมาณขนาดบรรจุขนส่งต่อเที่ยวเรือและเพิ่มจำนวนเที่ยวเรือ นอกจากนี้ยังนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปซ่อมบำรุงตามแผน รวมถึงชำระคืนเงินกู้ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

“VL มีจุดเด่นด้านกองเรือน้ำมันที่มีน้ำหนักบรรทุก 35,081 เดทเวทตัน (DWT) ซึ่งติดอันดับ 4 ของประเทศ ประกอบกับมีอายุกองเรือเฉลี่ยเพียง 16 ปี และนอกจากแผนการระดมทุนแล้ว โดยบริษัทยังมองการขยายการลงทุนเพิ่มเติมในเส้นทางอื่น พร้อมกับแผนขยายฐานลูกค้าจากกลุ่มลูกค้าเดิมที่มีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฐานกลุ่มลูกค้าต่างประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีโอกาสการเติบโตทางธุรกิจสูง  แต่จะต้องพิจารณาสภาวะเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งต้องพิจารณาจากผลตอบแทนการลงทุนควบคู่ไปด้วย” นายเอกจักร กล่าว

ขณะที่นางชุติภา กลิ่นสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วี.แอล. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ VL กล่าวเสริมว่า บริษัทเป็นผู้ประกอบธุรกิจให้บริการขนส่ง ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ โดยเป็นการขนส่งทางทะเล ซึ่งสินค้าหลักแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ น้ำมันดิบ น้ำมันเตา น้ำมันใส น้ำมันหล่อลื่น และน้ำมันปาล์ม

อีกทั้งบริษัทมีการให้บริการขนส่งสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศให้กับบริษัทคู่ค้าที่ทำธุรกิจผู้ค้าน้ำมันเป็นหลักซึ่งต้องการผู้ให้บริการขนส่งทางเรือที่มีมาตรฐานสูง โดยในปัจจุบันบริษัทมีเรือเพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจทั้งหมด 12 ลำ ซึ่งกองเรือมีอายุเฉลี่ยประมาณ 16 ปี มีน้ำหนักบรรทุกเรือรวม 35,081 เดทเวทตัน(DWT) และมีความสามารถในการบรรจุน้ำมันเพื่อขนส่งรวมอยู่ที่ 36,036 ลูกบาศก์เมตร

“บริษัทมีวิสัยทัศน์เพื่อเป็นบริษัทเรือที่เป็นเลิศเรื่องคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการ ด้านธุรกิจการขนส่งปิโตรเลียมและเคมีภัณฑ์ ทั้งในประเทศและระดับภูมิภาคเอเชีย โดยมีจุดประสงค์การดำเนินธุรกิจอย่างซื่อสัตย์สุจริต และยึดมั่นในหลักธรรมภิบาล รวมทั้งมีการให้บริการที่มีคุณภาพ ด้วยมาตรฐานด้านความปลอดภัย ประกอบกับการพัฒนาบุคคลากรที่มีคุณภาพและประสบการณ์ เพื่อปฏิบัติการอย่างมืออาชีพ รวมถึงสร้างมูลค่าการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่เป็นธรรม” นางชุติภา กล่าว



ที่มา Data & Images - kaohoon.com



วี.แอล. เอ็นเตอร์ไพรส์ เตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ช่วง H1/62

วี.แอล. เอ็นเตอร์ไพรส์ เตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ช่วง H1/62 เตรียมขายไอพีโอ จำนวน 280 ล้านหุ้น


นายเอกจักร บัวหภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ บล.โกลเบล็ก ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ บมจ. วี.แอล. เอ็นเตอร์ไพรส์ (VL) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมในการเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ซึ่งคาดว่าจะสามารถเข้าซื้อขายได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 62

ทั้งนี้ ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไปแล้ว เมื่อวันที่ 5 ต.ค.61 เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 280 ล้านหุ้น แบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขาย โดย VL จำนวน 200 ล้านหุ้น คิดเป็น 25% และหุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยผู้ถือหุ้นเดิม คือ นางชุติภา กลิ่นสุวรรณ จำนวน 80 ล้านหุ้น คิดเป็น 10% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนในครั้งนี้

สำหรับแผนการระดมทุนครั้งนี้ เพื่อนำเงินไปลงทุนขยายกองเรือ เพื่อเพิ่มปริมาณการขนส่งรวมต่อปีทั้งจากการเพิ่มปริมาณขนาดบรรจุขนส่งต่อเที่ยวเรือ และเพิ่มจำนวนเที่ยวเรือ ซึ่งคาดว่าจะเป็นการต่อเรือใหม่ หรือการซื้อเรือมือสองเพื่อนำมาให้บริการ อย่างไรก็ตาม ยังต้องพิจารณาสถานการณ์ และสภาวะตลาดในขณะนั้นควบคู่ไปด้วย นอกจากนี้ ยังจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ซ่อมบำรุงตามแผน รวมถึงชำระคืนเงินกู้ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจด้วย

นายเอกจักร กล่าวว่า สำหรับภาพรวมตลาด IPO ในช่วงที่ผ่านมาว่า ราคาหุ้น IPO ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงต่ำกว่าราคาจองซื้อ ถือเป็นเรื่องของภาวะตลาดที่มีความผันผวน และผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่อาจจะกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า หากสถานการณ์สงครามทางการค้ามีทิศทางที่ดีขึ้น และการเลือกตั้งในประเทศผ่านไปด้วยดีก็จะช่วยให้นักลงทุนกลับมาลงทุนมากขึ้น ตามเม็ดเงินในระบบที่เพิ่มขึ้น ก็จะเข้ามาช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นกลับมาสดใสขึ้น

ด้านนางชุติภา กลิ่นสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ VL กล่าวเสริมว่า บริษัทเป็นผู้ประกอบธุรกิจให้บริการขนส่ง ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ โดยเป็นการขนส่งทางทะเล ซึ่งสินค้าหลักแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ น้ำมันดิบ, น้ำมันเตา, น้ำมันใส, น้ำมันหล่อลื่น และน้ำมันปาล์ม

อีกทั้งบริษัทยังให้บริการขนส่งสินค้าทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ให้กับบริษัทคู่ค้าที่ทำธุรกิจผู้ค้าน้ำมันเป็นหลัก ซึ่งต้องการผู้ให้บริการขนส่งทางเรือที่มีมาตรฐานสูง โดยในปัจจุบัน บริษัทมีเรือเพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจทั้งหมด 12 ลำ ซึ่งกองเรือมีอายุเฉลี่ยประมาณ 16 ปี มีน้ำหนักบรรทุกเรือรวม 35,081 เดทเวทตัน (DWT) และมีความสามารถในการบรรจุน้ำมันเพื่อขนส่งรวมอยู่ที่ 36,036 ลูกบาศก์เมตร

ส่วนผลประกอบการในช่วงที่ผ่านมามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้ในช่วงปี 58-60 อยู่ที่ 586 ล้านบาท 618 ล้านบาท และ 683 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนรายได้ในช่วง 9 เดือนของปี 61 อยู่ที่ 509 ล้านบาท และบริษัทมีการรักษาอัตรากำไรสุทธิที่ระดับ 12%

“บริษัทมีวิสัยทัศน์เพื่อเป็นบริษัทเรือที่เป็นเลิศเรื่องคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการ ด้านธุรกิจการขนส่งปิโตรเลียมและเคมีภัณฑ์ ทั้งในประเทศและระดับภูมิภาคเอเชีย โดยมีจุดประสงค์การดำเนินธุรกิจอย่างซื่อสัตย์สุจริต และยึดมั่นในหลักธรรมภิบาล รวมทั้งมีการให้บริการที่มีคุณภาพ ด้วยมาตรฐานด้านความปลอดภัย ประกอบกับการพัฒนาบุคคลากรที่มีคุณภาพและประสบการณ์ เพื่อปฏิบัติการอย่างมืออาชีพ รวมถึงสร้างมูลค่าการลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่เป็นธรรม” นางชุติภา กล่าว



ที่มา Data & Images -




..