ผู้เขียน หัวข้อ: BP อพยพพนักงานออกจากแอลจีเรีย  (อ่าน 1173 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ mrtnews

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,589
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • FB-MarinerThai.News
บริษัทผลิตน้ำมันรายใหญ่ สั่งอพยพพนักงานออกจากแอลจีเรีย หลังเกิดเหตุกลุ่มก่อการร้ายจับต่างชาติเป็นตัวประกัน



บริษัท บีพี ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของอังกฤษ และมีสาขาอยู่ในแอลจีเรีย ได้ประกาศอพยพพนักงานทั้งหมดออกจากแอลจีเรียแล้ว หลังจากเกิดเหตุจับตัวประกันขึ้นบริเวณท่อส่งแก๊สทางตอนใต้ของแอลจีเรีย และมีพนักงานของบีพีถูกจับเป็นตัวประกันด้วย ซึ่งตัวแทนของบีพี ระบุว่า มีพนักงานเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ถูกจับไป และบริษัทได้ติดต่อญาติของผู้ที่ถูกจับไปแล้ว โดยสัญญาว่าจะช่วยเหลือเท่าที่สามารถทำได้

ขณะที่ ทางการญี่ปุ่นได้เชิญทูตแอลจีเรียประจำกรุงโตเกียว เข้าพบเป็นกรณีฉุกเฉิน หลังจากที่เกิดเหตุการณ์จับตัวประกันชาวต่างชาติหลายคน และคาดว่าจะมีชาวญี่ปุ่นรวมอยู่ด้วย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า ในการหารือครั้งนี้ทางการญี่ปุ่นน่าจะเรียกร้องให้กองทัพซีเรีย ใช้ปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกันโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวประกันก่อนเป็นอันดับแรก

ส่วนประเทศไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไม่มีคนไทยถูกจับเป็นตัวประกัน อย่างไรก็ตามได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศไทยติดตามดูแลคนไทยที่อยู่ในประเทศที่เสี่ยงอย่างเต็มที่ ซึ่งหากมีคนไทยต้องการกลับบ้าน หรืออยากหาสถานที่ปลอดภัย กระทรวงการต่างประเทศจะรับหน้าที่ในการประสานงานให้

ที่มา -



"ตัวประกันต่างชาติ-กลุ่มติดอาวุธ" เสียชีวิตจำนวนมาก ระหว่างกองทัพแอลจีเรียลุยช่วยเหลือ

รอยเตอร์อ้างรายงานจากสำนักข่าวเอพีเอสของทางการแอลจีเรียระบุว่า ตัวประกันสี่คนได้รับการปล่อยตัวให้เป็นอิสระจากกองทัพแอลจีเรีย ขณะที่แหล่งข่าวในท้องถิ่นรายงานว่า มีตัวประกันเสียชีวิตในปฏิบัติการ


รายงานจากคำกล่าวอ้างของกลุ่มติดอาวุธเผยว่า ตัวประกันอย่างน้อย 34 ราย และกลุ่มก่อการร้าย 14 รายเสียชีวิต ขณะที่ยังไม่มีรายงานอย่างเป็นอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลแอลจีเรีย

กลุ่มติดอาวุธกล่าวต่อสำนักข่าวเอเอ็นไอว่าตัวประกันต่างชาติเจ็ดคนยังคงปลอดภัย หลังจากปฏิบัติการของกองทัพแอลจีเรีย ส่วนเอพีเอสรายงานว่าตัวประกันสี่รายได้รับการปลดปล่อยระหว่างปฏิบัติการ

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่และคนงานที่ถูกจับเป็นตัวประกันที่โรงงานแยกก๊าซในแอลจีเรีย สามารถหลบหนีจากการควบคุมตัวจากกลุ่มติดอาวุธได้สำเร็จ

กลุ่มติดอาวุธเข้าโจมตีและยึดโรงแยกก๊าซที่เมืองอาเมนาสทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของแอลจีเรียเมื่อวันพุธ หลังจากสังหารชาวอังกฤษและชาวแอลจีเรีย โดยเจ้าหน้าที่ที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ยังรวมถึงชาวญี่ปุ่น อังกฤษ อเมริกัน ฝรั่งเศส และนอร์เวย์  โดยกลุ่มอ้างในตอนแรกว่ามีตัวประกันทั้งสิ้น 41 คน ก่อนที่กองทัพแอลจีเรียจะเข้าปิดล้อมพื้นที่ทั้งหมด

ทั้งนี้ รายละเอียดของการหลบหนีและจำนวนของเจ้าหน้าที่ที่หลบหนีออกมาได้ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าชาวแอลจีเรียราว 30-40 คน และชาวต่างชาติประมาณ 15-20 คน สามารถหลบหนีออกมาได้ แม้ว่าก่อนหน้านี้กลุ่มติดอาวุธจะอ้างว่าจับตัวประกันไว้ทั้งสิ้น 41 คน ขณะที่กองทัพแอลจีเรียได้ส่งกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่โรงงานแล้ว

เจ้าหน้าที่แอลจีเรียเผยว่า มีชาวต่างชาติอย่างน้อย 20 รายสามารถหลบหนีออกมาได้ ซึ่งรวมถึงชาวอเมริกันและยุโรป ส่วนสถานีโทรทัศน์เอ็นนาฮาร์ของแอลจีเรียรายงานว่า มีชาวต่างชาติ 15 คน ซึ่งรวมถึงชาวฝรั่งเศสหลบหนีได้ ส่วนก่อนหน้านี้ สำนักข่าวแห่งชาติรายงานว่า คนงานชาวแอลจีเรียหนีออกมาได้สำเร็จ
 
กลุ่มติดอาวุธเข้าโจมตีและยึดโรงงานดังกล่าวที่เมืองอาเมนาสเมื่อวันพุธ หลังจากสังหารชาวอังกฤษและชาวแอลจีเรีย โดยเจ้าหน้าที่ที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ยังรมถึงชาวญี่ปุ่น อังกฤษ อเมริกัน ฝรั่งเศส และนอร์เวย์

นายดาโฮ อูลด์ คาบิลา รัฐมนตรีมหาดไทยแอลจีเรีย เปิดเผยว่า กลุ่มติดอาวุธต้องการหลบหนีออกนอกประเทศโดยการจับตัวประกัน แต่ทางการปฏิเสธข้อเรียกร้องและไม่ขอเจรจาใดๆ โดยกลุ่มก่อร้ายเป็นชาวแอลจีเรีย และปฏิบัติการภ่ยใต้การสั่งการของนายมอคทาร์ เบลมอคทาร์ ผู้บัญชาการกลุ่มอัลกออิดะห์ในกลุ่มอิสลามิค มาเกรบ ซึ่งจัดตั้งกลุ่มของตนเองหลังมีข้อขัดแย้งกับผู้นำรายอื่นๆ ขณะเดียวกัน โฆษกลุ่มดังกล่าวได้จับชาวต่างชาติเป็นตัวประกัน 41 ราย แต่ได้ปล่อยตัวคนงานชาวอัฟกันแล้วหลายสิบคน

นายคาบิลาเผยว่า กลุ่มติดอาวุธได้โจมตีรถโดยสารขนส่งคนงานจากโรงงานเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. วานนี้ ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนที่จะถูกขัดขวางโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผลการดวลปืนทำให้ชาวอังกฤษและแอลจีเรียเสียชีวิต 2 คน  โดยโรงงานแยกก๊าซทิกันทูรีน ดำเนินการโดยบริษัทโซนาทราช ซึ่งเป็นของรัฐบาลที่ร่วมทุนกับบีพีจากอังกฤษ และสแตทออยล์จากนอร์เวย์ ตั้งห่างไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงอัลเจียร์ส ประมาณ 1,300 กม. และห่างจากพรมแดนลิเบียเพียง 60 กม.


ด้านนายวิลเลียม เฮก รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า  กลุ่มติดอาวุธกระทำอย่างเลือดเย็น ส่วนคนงานรายหนึ่งกล่าวต่อหนังสือพิมพ์เลอ ฟิกาโรของฝรั่งเศสว่ากลุ่มติดอาวุธได้วางระเบิดโรงงาน และร้องขออาหาร น้ำดื่ม ยานพาหนะ

นายคาบิลากล่าวว่า ทางการสั่งปิดด่านพรมแดนที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อเฝ้าระวังล่วงหน้า กระทรวงต่างประเทศได้แจ้งเตือนทูตจากประเทศของตัวประกันแต่ละชาติแล้ว

ด้านนายลีออน พาเน็ตตา รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่าขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีชาวอเมริกันถูกจับเป็นตัวประกันกี่ราย

ส่วนนายกรัฐมนตรีเยนส์ สโตลเทนเบิร์กของนอร์เวย์ เชื่อว่ามีชาวนอร์เวย์ถูกจับเป็นตัวประกัน 13 คน ด้านสื่อญี่ปุ่นรายงานว่ามีชาวญี่ปุ่นถูกจับเป็นตัวประกัน 3 ราย

ที่มา -

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=KYzFFLRk_BU" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=KYzFFLRk_BU</a>



ตัวประกันต่างชาติดับ 60 ศพในแอลจีเรีย

วันนี้ (18 ม.ค.56 )สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงแอลเจียร์ ประเทศแอลจีเรียว่า สำนักข่าวเอพีเอส สำนักข่าวของรัฐบาลแอลจีเรียรายงานว่ากว่าครึ่งหนึ่งของตัวประกันชาวต่างชาติ 132 คน ได้รับอิสรภาพแล้ว แต่ที่เหลือยังไม่ทราบชะตากรรม คาดว่าอาจเสียชีวิตประมาณ 60 ศพ ซึ่งขณะนี้ทางหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองทัพแอลจีเรีย ได้รื้อฟื้นการเจรจาต่อรองกับคนร้ายกลุ่มติดอาวุธเคร่งศาสนา หลังบุกจู่โจมช่วยเหลือตัวประกันในโรงงานผลิตแก๊สธรรมชาติ อเมนาส ของบริษัทบีพีของอังกฤษ ในเขตทะเลทรายซาฮารา และตรึงกำลังไว้โดยรอบโรงงาน
 

นอกจากนั้นแล้ว สำนักข่าวของมอริเตเนีย รายงานว่า ได้รับข้อมูลข่าวสารจากกลุ่มติดอาวุธเคร่งศาสนา ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกลุ่มก่อการร้าย อัล-กออิดะห์ และจับกุมตัวประกันต่างชาติในแอลจีเรียนั้น ได้เสนอที่จะแลกตัวประกันเป็นชาวอเมริกัน 2 คน กับผู้ก่อการร้าย 2 คนที่ถูกจับกุมอยู่ในสหรัฐอเมริกาในขณะนี้ หนึ่งในนั้นคือ นายโอมาร์ อับเดล ราห์มาน ผู้อยู่เบื้องหลังการลอบวางระเบิดตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ นครนิวยอร์ก เมื่อปี 2536

ที่มา -

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ส.ค. 03, 15, 19:59:41 PM โดย mrtnews »