ผู้เขียน หัวข้อ: ไฟไหม้สายพานลำเลียงน้ำตาล บ.อ่าวไทย ท่าเรือ A4 แหลมฉบัง วอด  (อ่าน 1603 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ mrtnews

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,551
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • FB-MarinerThai.News
ศูนย์ข่าวศรีราชา - ไฟไหม้สายพานลำเลียงน้ำตาล บ.อ่าวไทย ท่าเรือ A4 แหลมฉบัง วอด ค่าเสียหายประมาณ 7 ล้านบาท เบื้องต้นเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร


เมื่อเวลา 17.00 น.วันนี้ (16 ม.ค.56) พ.ต.อ.อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผกก.สืบสวน สภ.แหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้ที่บริษัทอ่าวไทยคลังสินค้า จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่ท่าเรือ A 4 ท่าเรือแหลมฉบัง โดยเพลิงเกิดขึ้นที่บริเวณสายพานลำเลียงน้ำตาล ซึ่งสูงจากพื้นดินประมาณ 30 เมตร จึงประสานขอรถดับเพลิงจากเทศบาลนครแหลมฉบัง เทศบาลเมืองศรีราชา เทศบาลเจ้าพระยาสุรศักดิ์ และจากการท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อมาฉีดน้ำสกัดเพลิงที่กำลังลุกไหม้

เมื่อรถดับเพลิงจากพื้นที่ต่างๆ มาถึงจึงระดมฉีดน้ำเพลิงควบคุมเพลิงที่กำลังลุกไหม้ แต่เมื่อจากจุดที่เกิดเพลิงไหม้อยู่สูงจากพื้นดินมาก ทำให้แรงดันน้ำไม่สามารถฉีดได้ถึง จึงต้องขอรถกระเช้าดับเพลิงจากเทศบาลเมืองศรีราชามาช่วย ทำให้เพลิงขยายวงกว้าง เป็นระยะทางยาวกว่า 100 เมตร

เจ้าหน้าที่จากบริษัท ต้องเร่งขนย้ายอุปกรณ์ที่อยู่ด้านล่างให้ออกห่างจากจุดเกิดเหตุ นอกจากนั้น ทางการท่าเรือต้องเร่งเคลื่อนย้ายเรือที่จอดเทียบท่าบริเวณจุดเกิดเหตุ เพราะหวั่นจะได้รับผลกระทบจากเพลิงไหม้ครั้งนี้ เนื่องจากเวลาผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมงยังไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เนื่องจากสายพานดังกล่าวเป็นยางพารา ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เวลาผ่านไปเกือบ 3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่เริ่มควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ไม่ให้ลุกลามเพิ่มขึ้น

จากการสอบถามนายลีไวร์ ชุมกลม ผู้จัดการบริษัทอ่าวไทยคลังสินค้า จำกัด กล่าวว่า สาเหตุที่เกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ คาดว่าเป็นไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากจุดที่เกิดเพลิงไหม้นั้น ทางบริษัทไม่ได้เปิดใช้งานแล้ว และวันนี้ก็ไม่มีการทำงานหรือลำเลียงสินค้าแต่อย่างไร ส่วนสายพานลำเลียงชุดใหม่นั้น อยู่บริเวณด้านล่างสายพานชุดเก่า ซึ่งไม่ได้รับความเสียหายมาก และหลังจากตรวจสอบและดำเนินการซ่อมแซม ก็จะใช้งานได้ตามปกติ

สำหรับค่าความเสียหายเบื้องต้นนั้น คาดว่า ประมาณ 7 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามจะต้องตรวจสอบความเสียหายเพิ่มเติมอีกครั้ง หลังจากเพลิงสงบลง เพราะความเสียหายส่วนใหญ่เป็นสายพานชุดเก่า ส่วนสายพานลำเลียงชุดใหม่ ทางเจ้าหน้าที่สามารถฉีดน้ำป้องกันไว้ไม่ให้เสียหายมาก

ที่มา -



ศรีราชา/เพลิงไหม้สายพานลำเลียงน้ำตาลส่งออกท่าเรือแหลมฉบังวอดกว่า 10 ล้าน

เพลิงไหม้สายพานลำเลียงน้ำตาลส่งออก ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ต้องระดมทั้งรถดับเพลิง และเรือลากจูงระดมฉีดน้ำ เกรงจะลุกลามไปถึงเรือสินค้าที่จอดเทียบข้างมูลค่าความเสียหาย 10 ล้านบาท


เมื่อเวลา 17.30 น. ( 16 ม.ค. 56 )ร.ต.อ.ชำนาญ ก่อเกิด ร้อยเวร สถานีตำรวจภูธรแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งจากแผนกรักษาความปลอดภัย ท่าเรือแหลมฉบังว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ ที่ บริเวณท่าเทียบเรือหมายเลข เอ 4 หมู่ 3 ต.ทุ่งศุขลา อ.ศรีราชา ภายในท่าเรือแหลมฉบัง หลังรับแจ้งจึงรายงานให้พ.ต.อ.ศักดิ์รพี เพียวพนิช ผกก.สภ.แหลมฉบังพ.ต.ท.ธราเทพ ตูพานิช รองผกก.สส. ทราบพร้อมร่วมเดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อถึงที่เกิดเหตุบริเวณหน้าท่าเทียบเรือหมายเลข เอ 4 ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งทางบริษัท อ่าวไทยคลังสินค้า จำกัด เป็นผู้บริหารและประกอบการ ทำการส่งออกน้ำตาล และกากน้ำตาล ไปต่างประเทศ ได้พบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้ที่บริเวณสายพานลำเลียงน้ำตาลทางตำรวจจึง ต้องประสานรถดับเพลิงจากท่าเรือแหลมฉบัง และเทศบาลนครแหลมฉบังรวมถึงหน่วยงานข้างเคียงรวม 10 คัน รวมไปถึงเรือลากจูงที่มีหัวฉีดดับเพลิงเข้าทำการฉีดน้ำเพื่อดับเพลิงที่กำลังลุกโหมไหม้เนื่องจากมีลมทะเลพัดเข้ามา แต่เพลิงยังได้โหมลุกลามไปเนื่องจากที่สายพานที่เป็นผ้าใบและยังมีน้ำตาลที่ตกค้างอยู่ จึงเป็นเชื้อเพลงอย่างดี และยังเป็นเป็นที่สูงและมีทางยาวกว่า 200 เมตร จึงทำให้ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการควบคุมเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง จนถึงเวลาประมาณ 19.30 น. จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

จากการสอบสวนเจ้าหน้าที่ของโกดังน้ำตาลทราบว่า ขณะที่กำลังขนถ่ายน้ำตาลเพื่อส่งออก ไปต่างประเทศโดยลำเลียงทางสายพาน ลงเรือสินค้าที่จอดเทียบท่ารออยู่ ได้เกิดประกายไฟที่มอเตอร์ขับเคลื่อนสายพานแล้วไฟได้ลุกลามไปติดสายพานที่มีน้ำตาลจำนวนมากจึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีทำให้เกิดเพลิงไหม้ดังกล่าว ประเมินความเสียหายเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ให้ทางเจ้าหน้าที่วิทยาการมาตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด

ชำนาญ ใจเอื้อ ศรีราชา/ชลบุรี

ที่มา -
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ส.ค. 03, 15, 19:54:36 PM โดย mrtnews »