ผู้เขียน หัวข้อ: ปตท.จ่อลงทุนเพิ่มในอินโดนีเซีย ลุ้นร่วมทุนเปอร์ตามินาตั้ง “โรงกลั่น-ปิโตรฯ”  (อ่าน 1967 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ mrtnews

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,589
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • FB-MarinerThai.News
ปตท.เดินหน้าสยายปีกลงทุนเพิ่มในอินโดนีเซียรองรับเออีซีปี 58 ลุ้นเปอร์ตามินาเลือกเป็นพาร์ตเนอร์โครงการลงทุนโรงกลั่นและปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ เม.ย.นี้ เผยเตรียมทำตลาดน้ำมันหล่อลื่นก่อนขยายสู่ค้าปลีกน้ำมัน “สรัญ” เผย 3 ปีข้างหน้าทุ่ม 2-3 พันล้านทำตลาดน้ำมันในเมียนมาร์

   
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่ม ปตท.มีเป้าหมายที่จะขยายการลงทุนด้านพลังงานและปิโตรเคมีเพิ่มมากขึ้นในภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 โดยเฉพาะอินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศนำเข้าด้านพลังงานและเป็นคู่ค้าที่สำคัญของบริษัท โดย ปตท.มีการขายน้ำมันดิบให้อินโดนีเซียวันละหลายแสนบาร์เรล หรือคิดเป็น 40%ของความต้องการใช้น้ำมันดิบของประเทศ รวมทั้งส่งออกเม็ดพลาสติกจากไทยไปจำหน่ายด้วย
   
นอกจากนี้ ปตท.ยังเข้าไปลงทุนธุรกิจเหมืองถ่านหิน ทำสวนปาล์มในอินโดนีเซียด้วย ขณะเดียวกัน บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.) ก็เข้าไปสำรวจและพัฒนาปิโตรเลียมในอินโดนีเซียแล้ว 5-6 แปลง ล่าสุด บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) ได้บันทึกความเข้าใจเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายการลงทุนโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ครบวงจร ร่วมกับเปอร์ตามินา ประเทศอินโดนีเซีย โดย PTTGC เป็น 1 ใน 3 รายที่เปอร์ตามินาที่พิจารณาให้เป็นผู้ร่วมทุนในโครงการลงทุนโรงกลั่นใหม่และปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ คาดว่าจะมีความชัดเจนในเดือน เม.ย.-พ.ค. 2556 โดยโครงการนี้จะทำให้เปอร์ตามิน่ากลับมาเป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่อีกครั้งเหมือนกับปิโตรนาสของมาเลเซีย และ ปตท.
   
เมื่อเร็วๆ นี้ ปตท.ได้เปิดสำนักงานตัวแทน บริษัท ปตท.ค้าสากล จำกัด และบริษัท พีทีที โพลีเมอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัดที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อต่อยอดธุรกิจและยกระดับความพึงพอใจให้กับลูกค้า แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ของ PTTGC เนื่องจากเป็นประเทศที่มีกำลังซื้อสูง แต่มีโรงกลั่นและโรงปิโตรเคมีน้อยกว่าความต้องการในประเทศที่มีประชากรถึง 250 ล้านคน
   
นายไพรินทร์กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันโรงกลั่นของอินโดนีเซียมีกำลังการผลิตรวม 1 ล้านบาร์เรล/วัน ส่วนใหญ่เป็นโรงกลั่นขนาดเล็กแค่แสนกว่าบาร์เรล/วันเท่านั้น ขณะนี้บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทลูกได้เข้าไปศึกษาในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของโรงกลั่นเหล่านี้อยู่
   
ส่วนการลงทุนตั้งโรงกลั่นและปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ในเวียดนามนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ ต้องรอคำตอบการสนับสนุนจากรัฐบาลเวียดนามเสียก่อน
   
นายสรัญ รังคสิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในการรุกตลาดน้ำมันในประเทศอินโดนีเซียนั้น คงจะเข้าไปทำตลาดน้ำมันหล่อลื่นให้เป็นที่รู้จักก่อนเหมือนประเทศอื่นๆ ในอาเซียน หลังจากนั้นจึงค่อยทำตลาดค้าปลีกน้ำมัน ซึ่งตลาดค้าปลีกน้ำมันในอินโดนีเซียมีการแข่งขันสูง และมีข้อจำกัดเกี่ยวกับกลไกรัฐด้วย
   
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บริษัทฯให้ความสนใจในการรุกตลาดน้ำมันที่เมียนมาร์เป็นอันดับแรก รองลงมาคืออินโดนีเซีย โดย ปตท.จะใช้เงินลงทุนธุรกิจน้ำมันในเมียนมาร์ประมาณ 2-3 พันล้านบาทใน 3ปี ในธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น ซึ่ง ปตท.มีส่วนแบ่งตลาดน้ำมันหล่อลื่นในเมียนมาร์เป็นอันดับ 3 คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 2 คิดเป็นยอดขายน้ำมันเครื่อง 7-8 ล้านลิตร/ปี จากสิ้นปีก่อนมียอดขายอยู่ 5 ล้านลิตร/ปี

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเข้าไปให้บริการเติมน้ำมันอากาศยาน (เจ็ต) โดยร่วมมือกับรัฐวิสากิจของเมียนมาร์ และการรุกค้าปลีกน้ำมัน ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาที่จะปั๊มน้ำมันที่ย่างกุ้ง และสร้างคลังน้ำมันเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันเจ็ต และน้ำมันสำเร็จรูปด้วย โดยปลายปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเมียนมาร์มากขึ้นเนื่องจากเป็นประเทศเจ้าภาพจัดแข่งขันกีฬาซีเกมส์ด้วย

ที่มา -



เปอร์ตามิน่าชวน PTTGCร่วมทุนตั้งโรงกลั่นใหม่ในอินโดฯรู้ผลเม.ย.-พ.ค.

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท.(PTT) เปิดเผยว่า บมจ.พีทีที โกลบอลเคมิคอล (PTTGC)ในเครือ ปตท. ได้รับเชิญจาก บริษัท เปอร์ตามิน่า ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของประเทศอินโดนีเซีย โดย PTTGC เป็น 1 ใน 3 บริษัท ที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมเสนอตัวในการเป็นพันธมิตรกับเปอร์ตามิน่า (short list) ในการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันแห่งใหม่ในประเทศอินโดนีเซีย โดยคาดว่าจะทราบผลการคัดเลือกในเดือนเม.ย.-พ.ค.นี้

หลังจากเปอร์ตามิน่าได้คัดเลือกพันธมิตรในการร่วมทุนแล้วก็จะมีการศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการโรงกลั่นน้ำมันแห่งใหม่ ทั้งกำลังการผลิต เงินลงทุน และกำหนดดำเนินการ ซึ่งปัจจุบันอินโดนีเซียมีกำลังการกลั่นน้ำมันในประเทศรวมประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดมีขนาด 2.5 แสนบาร์เรลต่อวัน และจากจำนวนประชากรที่มากถึงประมาณ 250 ล้านคน และประเทศเป็นเกาะจำนวนมาก จึงทำให้ยังมีประชากรบางส่วนยังไม่สามารถเข้าถึงการใช้พลังงาน คาดว่าความต้องการใช้พลังงานในอนาคตจะเพิ่มอีกมาก

นอกจากนี้ กลุ่ม ปตท.ยังมีการลงทุนทางด้านธุรกิจพลังงานในด้านอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก โดยได้เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการเปิดสำนักงานตัวแทนขึ้นในประเทศอินโดนีเซีย เพื่อที่จะอำนวยความสะดวกในการส่งออกสินค้าไปยังประเทศอินโดนีเซียได้มากขึ้น และเป็นการยกระดับการค้าระหว่างกัน อีกทั้งการที่อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีประชากรจำนวนมาก ก็มีโอกาสเติบโตทางด้านการใช้พลังงานมากขึ้น โอกาสในการลงทุนด้านพลังงานของ ปตท.ก็จะขยายเพิ่มขึ้นในอนาคต

ทางด้าน นายสรัญ รังคสิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน PTT เปิดเผยว่า การลงทุนด้านธุรกิจน้ำมันในประเทศอินโดนีเซีย ปัจจุบันจะเน้นการจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่น ซึ่งการเปิดตลาดน้ำมันหล่อลื่นของ ปตท.ในอินโดนีเซีย เนื่องจากต้องการให้แบรนด์ ปตท.เป็นที่รู้จักในอินโดนีเซียมากขึ้น อย่างไรก็ตามการแข่งขันในธุรกิจน้ำมันในอินโดนีเซียยังมีการแข่งขันกันสูงอยู่ จึงต้องใช้เวลาในการสร้างแบรนด์

แต่การลงทุนในเมียนมาร์นั้น ขณะนี้ ปตท.ได้มีการขยายธุรกิจน้ำมันเข้าไปใน 4 ส่วน ได้แก่ 1.ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น ซึ่งขณะนี้มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ในอันดับที่ 3 แต่ตั้งเป้าว่าในปลายปีนี้จะมีส่วนแบ่งการตลาดน้ำมันขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 2 2.ธุรกิจเติมน้ำมันอากาศยาน ซึ่ง ปตท.ได้ร่วมมือกับรัฐวิสาหกิจของเมียนมาร์ ในการดำเนินธุรกิจนี้ 3.ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน อยู่ระหว่างการสำรวจจุดเข้าออกของเมืองใหญ่ๆ เช่น ย่างกุ้ง เนปิดอว์ เป็นต้น เพื่อที่จะหาทำเลที่ตั้งสถานีบริการน้ำมัน และ 4.ธุรกิจคลังน้ำมัน ซึ่ง ปตท.ได้ลงทุนก่อสร้างคลังน้ำมันกระจายอยู่ในเมืองต่างๆ เพื่อจะสนับสนุนการค้าส่งค้าปลีกน้ำมันของ ปตท.ในเมียนมาร์ให้มากขึ้น

ที่มา -

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=Ss1Idl0r8NA" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=Ss1Idl0r8NA</a>
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ส.ค. 03, 15, 19:52:27 PM โดย mrtnews »